“ยิ่งกว่ามหากาพย์” สำหรับหมายจับ “เสี่ยโจ้” เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนระดับประเทศ เพราะไม่ใช่แค่กระบวนการสอบสวนหาคนผิดชั้นต้นจะล่าช้า ล่าสุดผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังบอกว่า จริงๆ ตรวจสอบเสร็จแล้ว ไม่พบว่ามีใครผิด ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ 

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเคสสะเทือนกระบวนการยุติธรรม ไทม์ไลน์ของคดีเสี่ยโจ้ ปัตตานี เป็นดังนี้ 

 

คืนวันที่ 4 พ.ย. ตำรวจสอบสวนกลางจับกุม “เสี่ยโจ้” นายสหชัย เจียรเสริมสิน ได้ที่ร้านอาหารริมทาง ย่านห้วยขวาง โดยเป็นการจับตามหมายจับ “คดีฟอกเงินจากการค้าน้ำมันเถื่อน” 

 

วันที่ 5 พ.ย. ตำรวจสอบสวนกลางเปิดแถลงข่าวใหญ่ ขึ้นภาพ backdrop เป็นหน้า “เสี่ยโจ้” คาดตา แล้วเขียนคำว่า เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อน 

 

วันที่ 6 พ.ย. ตำรวจนำตัว “เสี่ยโจ้” ส่งอัยการจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีฟอกเงิน ปรากฏว่าอัยการแจ้งว่า “สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว” ไม่มีอำนาจควบคุมตัว จึงต้องปล่อย “เสี่ยโจ้” เป็นอิสระ

 

วันเดียวกัน ตำรวจชี้แจงว่า ตอนที่จับ “เสี่ยโจ้” มีหมายจับในสารบบเพียงหมายเดียว คือหมายจับคดีฟอกเงิน (ทั้งๆ ที่เสี่ยโจ้ มีสิบกว่าคดี) และไม่พบหมายจับในคดีที่ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุก “เสี่ยโจ้” เป็นเวลา 1 ปี 9 เดือน ฐานใช้ดวงตราประทับไม้ปลอมในการเคลื่อนย้ายไม้ (เสี่ยโจ้ทำธุรกิจค้าไม้ด้วย) 

 

ตำรวจอ้างว่าตรวจสอบก่อนหน้าการจับกุมแล้วพบว่าไม่มีหมายจับ จึงพยายามสอบถามทางศาลจังหวัดปัตตานี แต่ศาลตอบอย่างไม่เป็นทางการว่าหาสำเนาหมายจับไม่เจอ

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!

วันที่ 8 พ.ย. ตำรวจบอกว่า ศาลปัตตานีเพิ่งส่งสำเนาหมายจับให้ แต่ไม่ทันแล้ว “เสี่ยโจ้” หนีไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 

 

วันที่ 11 พ.ย. สำนักงานศาลยุติธรรม ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ศาลจังหวัดปัตตานี ได้พิพากษาจำคุก “เสี่ยโจ้” ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.2557 แต่ “เสี่ยโจ้” หลบหนี ก็ส่งหมายจับให้ตำรวจในวันนั้นเลย และต่อมาวันที่ 26 พ.ค.2558 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทำให้คดีถึงที่สุด ศาลก็ส่งหมายจับให้ตำรวจอีกหมายหนึ่งในวันเดียวกัน 

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!

เมื่อเรื่องทำท่าจะย้อนกลับมาทิ่มตำรวจแบบนี้ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งวิทยุตำรวจด่วนที่สุด สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สอบสวนเรื่องนี้ และให้รายงานกลับมาใน 3 วัน หากพบใครกระทำผิดกฎหมาย หรือผิดวินัย ให้จัดการได้ทันที นี่คือที่มาที่ไปทั้งหมด

ผบ.ตร.ขีดเส้นต้องสรุปคดี “เสี่ยโจ้” ทั่วไทย 

 

ระยะเวลา 3 วันทำการ ที่ ผบ.ตร.สั่งให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รายงานผลการสอบสวนกลับเข้ามา ครบกำหนดในวันนี้ แต่เมื่อนักข่าวไปสอบถาม ผบ.ตร. กลับได้รับคำตอบว่า “ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและรายงานของ พลตำรวจโท นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9

 

ซึ่งตามขั้นตอน จะต้องประมวลเรื่องและมีความเห็นเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านสำนักงานกฎหมายและคดี ว่าตรวจสอบแล้วพบใครบกพร่องหรือไม่ อย่างไร จากนั้นาสำนักงานกฎหมายและคดี อาจจะเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งจเรตำรวจ หรือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หรือสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วแต่กรณี 


ผบ.ตร. ยังบอกด้วยว่า ได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอก สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร. สั่งการให้สำนักงานกฎหมายและคดี ทำบันทึกสอบถามไปยังทุกกองบัญชาการที่มีอำนาจการสอบสวนคดีอาญาทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบคดีอาญาของ “เสี่ยโจ้” แล้วให้รายงานกลับมาโดยด่วน โดยให้มีรายละเอียดชั้นต้นว่าการดำเนินคดีมีจำนวนเท่าใด เรื่องใดบ้าง ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วถึงไหน อย่างไร อยู่ในความรับผิดชอบ หรืออยู่ในกระบวนการขั้นตอนใด คดีใดอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาล รวมถึงผลคดีด้วย 

 

สำนักงานกฎหมายและคดีกำหนดกรอบระยะเวลาให้รายงานผลมาภายในวันอังคารที่ 16 พ.ย.นี้ เพื่อประมวลเรื่องส่งให้ พลตำรวจเอก สุทิน ก่อนเสนอให้ตนทราบเพื่อพิจารณาต่อไป

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!

ผบช.ภ.9 แจงสอบจบแล้ว ทำตามระเบียบถูกต้อง! 

 

พลตำรวจโท นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า คณะทำงานที่ตั้งขึ้นมา เพิ่งดำเนินการสรุปผลตรวจสอบ พร้อมจัดทำเป็นรายงานนำเสนอ ผบ.ตร.ไปแล้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แต่อาจจะล่าช้าไปบ้าง ทำให้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้น คาดว่าให้สัมภาษณ์ก่อนได้รับรายงาน ขอให้ทุกฝ่ายรอรับฟังรายละเอียดจาก ผบ.ตร. ซึ่งน่าจะเปิดแถลงข่าวในวันนี้ 

 

เมื่อถามถึงผลสอบสวนเบื้องต้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ดำเนินการไปตามขั้นตอนทุกต้อง ทุกประการ ไม่พบความบกพร่องของผู้ใด ซึ่งเอกสารหมายจับได้เข้าสู่ระบบงานสารบรรณที่ต้องมีหน่วยงาน บุคลากร นำเข้ากลั่นกรอง ก่อนแยกแยะไปตามสายงาน

 

เมื่อถามย้ำว่า หากนำหมายจับเข้าระบบแล้ว เหตุใดจึงไม่มีหมายขึ้นในสารบบหมายจับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตอบว่า “มันสวนทาง” และย้ำว่ามีการดำเนินการตามระเบียบ

 

พลตำรวจโทนันทเดช ตอบมาประมาณนี้ เราสรุปคร่าวๆ ได้ว่า มีการส่งหมายจับมาจากศาลจริง มีตำรวจรับไว้จริง และนำเข้าระบบกลั่นกรองตามงานสารบรรณ จากนั้นอาจจะเกิดปัญหาในลักษณะ ด้านหนึ่งก็ส่งไปกลั่นกรอง ทำให้อีกด้านหนึ่งที่ต้องนำหมายจับขึ้นในระบบ ไม่ได้นำขึ้น ไม่ได้มีใครจงใจกระทำความผิด แต่ส่งกันไป ตรวจสอบกันมา สวนทางกันไปมา ทำให้หมายจับไม่โชว์ในระบบ 

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!

ผบช.ก.อ้างยังไม่สรุปหมายจับหาย “ใครผิด” 


อีกด้านหนึ่งที่ยังไม่ฟันธงว่า “หมายจับเสี่ยโจ้หายไปจากระบบ” เป็นความผิดตำรวจ ก็คือ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยที่จับกุม “เสี่ยโจ้” แล้วต้องปล่อยตัวไปภายหลังนั่นเอง 

 

พลตำรวจโท จิรภพ ตอบคำถามนักข่าวเรื่องหมายจับหาย ซึ่งสำนักงานศาลอยุติธรรม ระบุได้ส่งให้ตำรวจแล้ว ว่า ต้องไปตรวจสอบว่าทำไมหมายจับจึงไม่เข้าระบบ ตำรวจรับมาจริงหรือไม่ รับมาแล้วมีการนำเข้าระบบหรือไม่ เป็นความบกพร่องของใคร ในส่วนของศาล ก็ต้องเช็คว่าไม่ลงระบบเพราะอะไร ตอนนี้ยังไม่สรุปว่าใครผิดหรือถูก เป็นเรื่องที่คงต้องตรวจสอบกันต่อตามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมหมายจับไม่เข้าระบบ


ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกด้วยว่า จนถึงปัจจุบันตำรวจยังดำเนินการสืบสวนหาตัว “เสี่ยโจ้” อย่างเต็มที่ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหาตัวให้เจอ เพื่อนำกลับมาดำเนินคดี ส่วนหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาของ “เสี่ยโจ้” มีโอกาสเป็นของจริง เนื่องจาก “เสี่ยโจ้” มีภรรยาเป็นชาวกัมพูชาอยู่ด้วย ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยตรวจสอบควบคู่กันไปด้วย

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!

“ท่านเปา” แฉ ตร.เพิ่งขอคัดสำเนาหมายจับจากศาล

 

ในขณะที่ฝั่งตำรวจไม่ยอมรับว่ากระทำผิดพลาด จนไม่มีหมายจับ “เสี่ยโจ้” ในระบบนั้น แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้พิพากษา บอกว่า เมื่อตำรวจเซ็นรับหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี ไปแล้ว ก็ควรที่จะนำไปลงในสารบบของตำรวจ เพราะตำรวจเองก็จะสามารถตรวจสอบได้ทั่วประเทศ 

 

แต่เมื่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้มาขอคัดสำเนาหมายจับ “เสี่ยโจ้” จากศาล เพื่อนำไปตรวจสอบ โดยเป็นสำเนาหมายจับที่มีการลงลายมือชื่อตำรวจที่เซ็นรับหมาย ซึ่งเป็นตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ในขณะนั้น ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะไปตรวจสอบคนของตัวเอง ส่วนศาลยุติธรรมเองก็ตรวจสอบในบ้านตัวเองเช่นกัน

มหากาพย์หมายจับ “เสี่ยโจ้” สรุปไร้คนผิด!