สำหรับฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่คาดว่าจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกันอย่างกว้างขวางหลังจากนี้ ประกอบด้วย
มาตรา 112 ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มีโทษจำคุก 3-15 ปี
มาตรา 113 ข้อหากบฏ ล้มรัฐธรรมนูญ ล้มอำนาจอธิปไตย หรือแบ่งแยกรัฐ มีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่กฎหมายมีเงื่อนไขที่เป็นองค์ประกอบความผิดที่สำคัญว่า จะต้องมีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ยว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
มาตรา 114 เป็นข้อหาตระเตรียมก่อกบฏ มีโทษจำคุก 3-15 ปี
มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น ด้วยการพูด เขียน หรือวิธีการอื่นใด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การเอาผิดอาญาในฐานความผิดเหล่านี้ เป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีหลักฐานที่สามารถชี้ให้เห็นถึงเจตนาพิเศษของผู้กระทำ เช่น ต้องมีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือคาดหมายว่าจะเกิดการก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งการพิสูจน์เจตนาเหล่านี้ในทางอาญา ต้องมีความชัดเจน จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะเอาผิด
แต่การที่กลุ่มเคลื่อนไหวต้องมีคดีติดตัว ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ก็จะส่งผลให้ขับเคลื่อนกิจกรรมทำได้ลำบากมากขึ้น หาแนวร่วมได้ยากขึ้น และอาจส่งผลให้สถานการณ์ในภาพรวมลดความร้ายแรงลงได้เหมือนกัน