svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

อสังหาฯชงรัฐตั้งกองทุนหลังยอดกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40%

12 พฤศจิกายน 2564

ภาคอสังหาฯชงรัฐตั้งกองทุนที่อยู่อาศัย หลังยอดกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% จี้แบงก์ชาติกระตุ้นตลาดต่อเนื่อง หลังปลดล็อกแอลทีวีออกไป 1 ปี

รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร อธิป พีชานนท์ ระบุ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ ธปท. ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง หลังปลดล็อกแอลทีวีออกไป 1 ปี เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะธุรกิจอสังหาฯ มีมูลค่าสูง 8-9 แสนล้านบาทต่อปี มีผลต่อการจ้างงานรวม 2.8 ล้านคน

อสังหาฯชงรัฐตั้งกองทุนหลังยอดกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40%

อสังหาฯชงรัฐตั้งกองทุนหลังยอดกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40%

สำหรับข้อเสนอต่อ ธปท. มี  4  แนวทาง คือ  1. กลุ่มผู้ซื้อบ้านสำหรับคนมีรายได้น้อย สามารถใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านกลไกของธนาคารรัฐ หรือธนาคารทั่วไป เชื่อว่าจะกระตุ้นและจูงใจผู้ซื้อที่อยู่อาศัย หรืออยากสร้างบ้าน

 

2.กลุ่มคนที่ซื้อบ้านแต่กู้ไม่ผ่าน เพราะยอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในอัตราสูงมาก หรือประมาณ 40% จึงควรใช้วิธีตั้งกองทุนที่อยู่อาศัย เหมือนกับที่รัฐบาลมีกองทุนสนับสนุนเอสเอ็มอีผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อรับประกันหนี้ของเอสเอ็มอี เป็นการช่วยคนที่กู้ไม่ผ่านโดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการรับประกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในส่วนต่างที่อาจกู้ไม่ได้ จะทำให้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดมีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัย 

 

3.สมรรถนะของธนาคาร เช่น ขณะนี้ยอดถึงเป้าหมายแล้วธนาคารบางแห่ง “อันปลั๊ก” เพราะหากปล่อยสินเชื่อต่อ จะต้องรับเป้าหมายการเติบโตของปีถัดไปสูงขึ้น หาก ธปท. กำกับดูแลให้เกิดความต่อเนื่องไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรธนาคารต้องปล่อยกู้ มิเช่นนั้นกลายเป็นว่าหาธนาคารที่ปล่อยโพสต์ไฟแนนซ์ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ยากขึ้น โดยใช้วิธีการปฏิเสธแบบสุภาพว่า “ตรวจแล้วไม่ผ่าน” แม้จะปลดล็อกแอลทีวี แต่ก็ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร 

 

และ 4.ผู้ซื้อต่างชาติที่มาซื้อคอนโดมิเนียมต้องการกู้เงินภายในประเทศ แต่เดิมไม่มีสิทธิกู้ แต่หากถ้าธนาคารตรวจสอบเครดิตในต่างประเทศ และมีความสามารถ ตรวจสอบได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่เราอย่าปล่อยแอลทีวีเท่ากับคนไทย ควรให้ระดับ 60-70% น่าจะพอแล้ว ธนาคารก็จะปลอดภัยด้วย ลูกค้ากลุ่มนี้เก็บเงินดาวน์มากหน่อย วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในประเทศ