นายวินัย ทองอุบล จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางจังหวัดประกาศให้ 15 ชุมชน ในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด ซึ่งชุมชนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยแรงงานทั้งหมดทั้งในระบบ และ นอกระบบ ทางจังหางานจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ หลังจากนั้นจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ทำทะเบียนประวัติกับนายจ้างอีกครั้งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 เพื่อนำแรงงานนอกระบบมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
สำหรับแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีประมาณ 120,000 – 130,000 ราย โดยมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวใน 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา ลาว และ กัมพูชา ที่ขึ้นทะเบียนจัดหางานแล้วประมาณ 80,000 ราย และมีแรงงานอีกประมาณ 10,000 ราย ที่ทำงานกับนายจ้าง ที่ทางเจ้าหน้าที่กำละงอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและทำการขึ้นประวัติแรงงาน ส่วนที่เหลือยังเป็นแรงงานนอกระบบที่ต้องดำเนินการสำรวจเพื่อนำเข้ามาลงทะเบียนแรงงานและเข้าสู่แรงงานในระบบตามมติครม.ต่อไป
ส่วนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในชุมชนแรงงานต่างด้าวขณะนี้ มีความเป็นห่วงทั้งแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง ที่ต้องทำงานร่วมกัน จึงขอความร่วมมือจากนายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าวนำมาแรงงานมาฉีดวัคซีนและตรวจคัดกรอง ทั้งนี้ไม่จำกัดเฉพาะในเขตพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด ในพื้นที่อำเภอต่างๆ จังหวัดมีนโยบายฉีดวัคซีนให้กับทุกคนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่