นายนิพนธ์ ชี้แจงว่า เมื่อมดูแผนที่ พบว่ารอยเขตไม่ได้เป็นแนวเดียวกัน ยังมีความทับซ้อน กรมที่ดินจึงได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง รฟท. เพื่อชี้แจงความคืบหน้า และตกลงกันเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564 ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแนวเขตทั้งหมดของเนื้อที่ 5,083 ไร่ และแต่งตั้งกรรมการอำนวยการเพื่อดำเนินการแก้ปัญหานี้ ประเด็นดังกล่าว กรมที่ดินและกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ตนได้กำชับเป็นหนังสือสั่งการไปยังกรมที่ดินเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป
นายกมลศักดิ์ ถามย้ำว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังจะปล่อยให้มีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐกันเอง ไม่มีมาตรการอื่นที่จะไม่ให้มีการฟ้องร้องกรมที่ดิน และดูเอกสารที่กรมที่ดินอ้าง คือ รูประวางที่ รฟท.ส่งไป ไม่มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง แล้วประเด็นระหว่างหน่วยงานรัฐกันเอง ไม่มีมาตรการที่จะไม่ให้เรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลหรือไม่
นายนิพนธ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ที่ดินกว่า 5,083 ไร่ ได้ออกเอกสารสิทธิ์ไปประมาณ 700 กว่าแปลง มีทั้ง น.ส.3 และ น.ส.3 ก. อีกจำนวนหนึ่ง ฉะนั้นการกระทำที่กระทบสิทธิ์ผู้อื่น ต้องรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาณาเขตที่เป็นขอบเขตที่แน่นอน มีพิกัดชัดเจน หากกรมที่ดินทำไปโดยขาดความละเอียดรอบคอบ อาจกระทบสิทธิ์ของบุคคลที่ได้เอกสารสิทธิ์โดยชอบ ดังนั้น ก่อนดำเนินการใดๆ ความรอบคอบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
"ขอย้ำเรียนว่ากรมที่ดินไม่ได้ละเลย เมื่อ รฟท.แจ้งมาปี 2564 ท่านจึงได้เห็นความเคลื่อนไหวทั้งหมดในปี 2564 เรื่องนี้มีปัญหาเป็นอุปสรรค หากไม่ดำเนินการไปตามแผนที่จริง จะมีที่ดินเหลื่อมล้ำได้รับผลกระทบ จึงต้องชี้แนวเขตที่ดินให้ชัดเจนเสียก่อน ซึ่ง รฟท.ไม่เคยมานำชี้ ผมก็ไม่อยากให้เห็นความขัดแย้งของหน่วยงานรัฐ แต่หลักของกรมที่ดินก็คือ เมื่อเป็นที่ดินเป็นของ รฟท. ก็ต้องดูแลรักษาผลประโยชน์ เมื่อเริ่มมีหนังสือส่งมา ก็ถือว่ากระบวนการเริ่มนับหนึ่งแล้ว ขอยืนยันว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการให้เป็นขั้นตอนตามกฎหมายบัญญัติเอาไว้" นายนิพนธ์ กล่าว