ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้เสนองานให้ตนทำอีก ในลักษณะดังกล่าว โดยการส่งคิวอาร์โค้ดให้สแกน แต่รอบนี้ได้ให้ตนโอนเงินไปในจำนวน 1,500 บาท ตนก็ทำตามที่แจ้งมา และได้ค่าตอบแทนมาในจำนวนเงิน 1,800 บาท โดยในครั้งที่สามตนได้ทำการโอนเงินไปอีกจำนวน 3,000 บาท ได้เงินตอบแทนคืนมาจำนวน 3,600 บาท จนกระทั่งในครั้งที่สี่ ได้โอนเงินไป 5,000 บาท ตามที่มีการเสนอมา แต่ปรากฎว่าอีกฝ่ายไม่โอนเงินคืนกลับมา ตนจึงได้สอบถามกลับไป อีกฝ่ายกลับอ้างว่าเกิดข้อผิดพลาดและขอให้โอนเงินให้อีก 15,000 บาท ด้วยความที่ตนเกรงจะไม่ได้เงินยอดก่อนหน้านี้คืนจึงได้โอนไปให้ แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายกลับให้ตนติดต่อกับบุคคลอีกคน ซึ่งหลังจากแอดไลน์ไปได้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว และมีการยืนยันว่าจะได้เงินคืนแน่นอน แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข โดยโอนเงินไปตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2564 จนกระทั่งถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 มียอดรวมทั้งหมด 642,198.49 บาท แต่ไม่ได้เงินคืนตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จนกระทั่งต้องตัดสินใจนำหลักฐานเข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันทราย เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
น.ส.ปภัสสร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนทำอาชีพหมอนวดแผนโบราณ เงินที่เสียไปเป็นเงินที่หามาทั้งชีวิตกว่า 10 ปี พอตกงานช่วงโควิด-19 ได้ออกมาขับรถส่งอาหารยี่ห้อไลน์แมน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้รู้สึกเสียใจมาก เพราะเงินที่เก็บมาถูกหลอกไปทั้งหมดจนตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลย ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน เงินบางส่วนยังเป็นเงินของมารดาที่เก็บไว้เพื่อทำศพเมื่อล่วงลับไป ตนเองยังไม่กล้าบอกกับมารดา เพราะกลัวว่าจะตกใจ จึงอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเร่งรัดคดีที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าหากล่าช้า ทางกลุ่มมิจฉาชีพชีพดังกล่าวจะไหวตัวทันและหลบหนีไป และอยากได้เงินที่สูญเสียไปคืน รวมทั้งตนคาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายเกี่ยวกับคดีนี้อยู่อีกจำนวนมาก แต่อาจจะไม่เสียหายมากเท่าของตน จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ติดตามดำเนินคดี โดยให้เร่งแกะรอยมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ทั้งเส้นทางการเงิน บัญชีที่ใช้รับเงิน เบอร์โทรศัพท์ ไอดีไลน์ต่างๆ อยากจะฝากเตือนประชาชนด้วยว่า ในการทำงานออนไลน์ได้เงินง่ายดายในลักษณะนี้ไม่มีอยู่จริง มีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายท้องที่ เพราะสมัยนี้มีการทำธุรกรรมทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้ง่าย หากพบมีการเข้ามาเชิญชวนขอให้ตรวจสอบหาข้อมูล หรือให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน หากประชาชนท่านใดมีความเสียหายหรือเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ สามารถมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้กับเจ้าหน้าทีตำรวจได้ทันที