พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังกล่าวอีกว่า 5G ต้องอาศัยระบบคลาว ซึ่งประเทศไทยมีความโชคดี ที่ที่ตั้งของเราเหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนา ดังนั้น EEC จะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพจากกระทรวง และมีการส่งเสริมสนับสนุนที่เหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันสร้างแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำให้ระบบนิเวศน์สอดคล้องใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ๆให้กับประเทศ คนรุ่นใหม่จะเข้ามามีบทบาทในการเข้ามาช่วยเราคิดธุรกิจใหม่ๆ ดังนั้นภาครัฐจะต้องให้ความมั่นใจว่าเด็กๆและคนรุ่นใหม่เหล่านี้ จะสามารถสร้างธุรกิจผ่าน Start Up ใช้ระบบ 5G ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมเรื่องกองทุนต่างๆ
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม หากภาครัฐไม่สามารถปลดล็อกให้ภาคเอกชนเกิดการรวมตัวกันหรือทำให้เกิดการลงทุนได้อย่างง่าย หรือมีอุปสรรคมากเกินไปจนไม่สามารถลดกำแพงเหล่านั้นลงได้ ก็จะไม่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อน 5G อย่างยั่งยืนในประเทศไทย ผมหวังว่าทุกท่านในอนาคตอันใกล้นี้ จะเข้ามาร่วมมือกันในรูปแบบของสภาหรือองค์กรเพื่อที่จะช่วยกันคิดต่อไปว่าเราจะก้าวต่อไปได้อย่างไร" พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว