เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิด 3 แคนดิเดตชิงประธานวิปรัฐบาลแทน "วิรัช"

03 พ.ย. 2564 | chairat_pat

เปิด 3 แคนดิเดตชิงประธานวิปรัฐบาลแทน "วิรัช"

ประเด็นที่ต้องจับตาหลังจาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติ มาตรา 17 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อศาลฎีกาฯประทับรับฟ้อง

คำถามตามมาต่อจากนี้ ใครจะเข้ามาเป็นประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ เพราะการหยุดปฏิบัติหน้าที่ น่าจะเป็นการหยุดยาวตลอดช่วงเวลาของการต่อสู้คดีของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ  

 

ตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในสมัยประชุมนี้ เพราะมีการประชุมถี่มาก รวมถึงมีร่างกฎหมายสำคัญเข้าสู่การพิจารณาเยอะ ทั้งร่างพ.ร.บ.ทั่วไป ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ที่จะต้องแก้ไขให้สอดคล้องรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่

 

โดยเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งเป็นระบบ "บัตร 2 ใบ" นอกจากนั้นยังมีร่างกฎหมายแก้ไขพ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งรัฐบาลมีดำริจะเสนอเป็น "ร่างกฎหมายปฏิรูป" ซึ่งต้องใช้ที่ประชุมรัฐสภาในการพิจารณาด้วย  

จากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" พบว่า มีร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีค้างอยู่ในระเบียบวาระจำนวน 8 ฉบับด้วยกัน ประกอบด้วย

 

- ร่างพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

 

- ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

 

- ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

 

- ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

 

- ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น

 

- ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

 

- ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

 

- รางพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

โดยร่างพ.ร.บ.ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เนื่องจากเพิ่งเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯในวาระแรก หากร่างกฎหมายนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบในหลักการ รัฐบาลย่อมปฏิเสธได้ยาก ยิ่งเฉพาะการแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก หรือนายกฯอาจตัดสินใจยุบสภา

 

ส่วนร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ อยู่ในสถานะค้างพิจารณาวาระ 2 หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาแก้ไขแล้ว ฉะนั้นหากโหวตไม่ผ่าน รัฐบาลก็ยังหาเหตุชี้แจงว่าไม่ใช่ร่างดั้งเดิมของรัฐบาล จึงไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบได้

 

ฉะนั้นการไม่มีประธานวิปรัฐบาล จึงถือว่ากระทบกับงานสภาฯของพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก และยิ่งกำลังมีปัญหาเรื่องเอกภาพอยู่ขณะนี้ ทำให้สถานการณ์จึงยิ่งวิกฤติ และต้องเร่งหาคนมาทดแทน

 

โดยประธานวิปรัฐบาลจะต้องเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำ ซึ่งที่ผ่านมามีชื่อแคนดิเดต 3 คน คือ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

 

 

สำหรับ นายนิโรธ ถือว่ามีบทบาทในสภาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำหน้าที่เป็น "องครักษ์พิทักษ์นายกฯ" คอยยกมือประท้วง และอภิปรายตอบโต้ฝ่ายค้านเพื่อปกป้องรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีมาตลอด จึงถือว่าโดดเด่น และเป็นสายตรงนายกฯคนหนึ่ง โดยนายนิโรธ เป็น ส.ส.นครสวรรค์ 4 สมัย และปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ

 

ส่วน นายวีระกร ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทในสภาฯ ค่อนข้างมาก และเชี่ยวชาญงานสภาฯไม่น้อย มีประสบการณ์โชกโชน เนื่องจากเป็น ส.ส.นครสวรรค์ ถึง 8 สมัย และเคยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงถือว่ามีภาษีและมีบารมีพอสมควร

 

ล่าสุดช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อต้นเดือนก.ย. มี ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย คือ นายวิสาร เตชะธีระวัฒน์ ลุกขึ้นกล่าวหานายกฯกลางสภาฯ ว่านำเงินมาแจก ส.ส.คนละ 5 ล้านบาท เพื่อซื้อโหวตสนับสนุน ท่ามกลางกระแสข่าวมีการเดินเกมลงมติไม่ไว้วางใจ จนต้องพ้นจากตำแหน่ง

 

จังหวะนั้น นายวีระกร ได้ลุกขึ้นแก้เกมทันที ด้วยการชี้แจงกับประธานว่า "ตนเป็นคนขึ้นไปพบนายกฯในจังหวะที่นายวิสารกล่าวหา และไม่ได้มีการรับเงินรับทอง แต่เป็นการไปพบปะหารือเกี่ยวกับโครงการพัฒนาในจ.นครสวรรค์ พร้อมควักกระเป๋าให้ดูว่าไม่มีเงินติดตัวเลย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปรับเงินจากนายกรัฐมนตรี"

 

อีกคนที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ คือ นายอนุชา ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร แม้ประสบการณ์ในสภาฯ จะไม่มาก แต่ด้วยบุคลิกของมือประสานสิบทิศ และเติบโตทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ตลอดจนมีกลุ่มสามมิตรเป็นแบ็คอัพ ทำให้เป็นชื่อน่าจับตา รวมถึงยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบัน "กลุ่มสามมิตร" ยังถือเป็นสายตรงนายกฯด้วย เพราะได้ช่วยแก้วิกฤติเสียงสนับสนุนในสภาให้นายกฯมาหลายครั้ง

 

ที่สำคัญสูตรการตั้งคนระดับรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานวิปรัฐบาล ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ซึ่งก็คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย สมัยที่ 2 ช่วงปี 2540-2543 ได้ทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลด้วย โดยสามารถพารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ให้รอดพ้นจากเกมโหวตในสภา จนทำให้อายุรัฐบาลยืนยาวกว่า 3 ปี

 

 

ข่าวล่าสุด