การทำให้กรุงเทพเมืองฟ้า(เมืองสวรรค์)กลายเป็นพื้นที่สีฟ้า สิ่งที่จะหดหายไปคือเคอร์ฟิวและการจำกัดจำนวนคนในสถานที่สาธารณะ สิ่งหนึ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาแต่ยังต้องคุยกันหนักระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ การยอมให้มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงแรมหรือร้านอาหาร ซึ่งอาจเป็นแหล่งกำเนิดของการระบาดระลอกใหม่ได้ ดังบทเรียนในอดีตมากมายทั้งในและต่างประเทศ
เนื่องจากกิจกรรมนี้ ทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ มีความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดมาตรการควบคุมโรค ทั้งการปลดหน้ากาก การสัมผัสวัตถุร่วมกันโดยไม่ป้องกัน นอกจากนี้ การสังสรรค์เฮฮาที่ตามมา ทั้งการพูดคุยเสียงดังจนไปถึงการร้องเพลง จะทำให้เกิดละอองฝอยฟุ้งกระจายในอากาศรอบตัว ดังนั้น แค่มีผู้ติดเชื้อเล็ดลอดเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้เพียงคนเดียว รับรองว่ามีซุปเปอร์สเปรดเดอร์ตามมาแน่
SHA+ เป็นมาตรการสำคัญที่จัดทำร่วมกันระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำให้ห่วงโซ่ทุกข้อของการรองรับการเปิดประเทศมีความปลอดภัย ทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง และต่อคนในประเทศของเราที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ปัจจุบันในกทม. ยังมีร้านอาหารและโรงแรมที่ได้รับการรับรองเป็นสัดส่วนซึ่งยังไม่มากนัก ทางฟากฝั่งของผู้ให้บริการอาจเกิดความยากลำบากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมไปสู่วิถีใหม่ แต่ก็ต้องถือว่าผู้ให้บริการควรร่วมรับผิดชอบเพื่อแลกกับสิ่งที่จะได้รับประโยชน์ อีกหนึ่งตัวละครที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้คุมกฎ ซึ่งอดีตที่ผ่านมามักจะเล่นบทซูเอี๋ยให้พวกเราเห็นกันเสียส่วนใหญ่
ดังนั้น ในระยะแรกของมาตรการในกทม. ผมขอเป็นเสียงหนึ่งของภาคการแพทย์ วิงวอนให้ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป การดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะต้องจำกัดในสถานที่ที่มีความพร้อมในการควบคุมโรค อีกทั้ง ต้องเข้มงวดจำกัดช่วงเวลาและจำกัดจำนวนคนที่เข้าไปใช้บริการ