ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลเรื่อง “ผู้ว่าฯ จังหวัดภูเก็ต” แอบลักลอบนำมุสลิมต่างด้าวเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย เป็นข่าวปลอม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ ( 24 ต.ค. 64)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

 

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ประเด็นเรื่อง ผู้ว่าฯ จังหวัดภูเก็ต แอบลักลอบนำมุสลิมต่างด้าวเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กรณีที่มีการโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพที่ระบุว่า ผู้ว่าฯ จังหวัดภูเก็ต แอบลักลอบนำมุสลิมต่างด้าวเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หวังขยายเผ่าพันธุ์ และกลืนกินไทยให้สิ้นชาตินั้น

 

 

ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตได้ตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวและชี้แจงว่า  ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนับถือศาสนาพุทธ อีกทั้งไม่มีการลักลอบขนย้ายประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

ข่าวปลอม ! “ผู้ว่าฯ ภูเก็ต” แอบลักลอบนำมุสลิมต่างด้าวเข้าประเทศ

 

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://pr.prd.go.th/phuketหรือโทร. 076-216118

 

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีการลักลอบขนย้ายประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมายแต่อย่างใด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

ข่าวปลอม ! “ผู้ว่าฯ ภูเก็ต” แอบลักลอบนำมุสลิมต่างด้าวเข้าประเทศ

 

และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

 

ทั้งนี้หากพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ