สำหรับการทำไพรมารีโหวต 400 เขต จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง และมีคณะกรรมการประสานงาน ในการทำงานเรื่องนี้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันก่อน ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องมีการหารืออีกครั้งหนึ่ง
ส่วนระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบนั้น ยืนยันไม่ว่าจะเป็นกติกาใดก็ต้องพร้อม หากจะเป็นแบบบัตร 2 ใบ ก็ต้องปรับทีมยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่พบประชาชนให้มากขึ้น ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ
"สักวันหนึ่งเราต้องเป็นพรรคใหญ่ ตอนนี้เราอาจเป็นพรรคขนาดกลาง แต่เราฝันว่าสักวันเราจะต้องเป็นพักใหญ่ ดังนั้น กติกาที่คิดว่าจะได้ประโยชน์กับเขา ตอนนั้น ถึงเวลาอาจจะได้ประโยชน์กับเราก็ได้" นายพิธา กล่าว
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขมาตรา 34 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อที่จะเปิดทางให้พรรคการเมืองเข้าไปช่วยเลือกตั้งท้องถิ่นได้นั้น ซึ่งส่วนตัวยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าการทำงานท้องถิ่นกับการทำงานของนิติบัญญัติ ต้องทำไปควบคู่กัน ต้องมีการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ แต่ถึงขั้นว่าจะต้องลงไปช่วยหาเสียง จะต้องมีการหารือกันก่อน
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยืนยันจะไม่ยุบสภาฯ แต่มีการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.สแล้วในขณะนี้ ว่า ตนคิดว่าคนเวลาอะไรทิ่มแทงใจ ก็มักจะพูดออกมา ในลักษณะที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นสัญญาณตรงกันข้ามกับสิ่งที่จะทำมาโดยตลอด
ก่อนย้อนถามกลับว่านายกฯคนนี้ไม่ใช่หรือ ที่เรียนว่าจะไม่กระทำการรัฐประหาร ก่อนที่จะหัวเราะในลำคอ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของพรรคเขา แต่พรรคก้าวไกล เตรียมความพร้อมในทุกเวลา ทุกมิติและทุกสนามนี่คือสิ่งที่ทำได้และควรจะทำตั้งนานแล้ว