"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ประกาศขอยึดพื้นที่อีสานทุกเขตในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ยันก้าวไกลพร้อมสู้ในกติกาบัตร 2 ใบ งดให้ความเห็น ปชป. แก้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เปิดทางพรรคช่วยหาเสียง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

16 ตุลาคม 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประชุมสามัญประจำปี ที่จ.ขอนแก่น ว่า ถือเป็นโอกาสที่จะได้จัดทัพในการต่อสู้กับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การลงมาในภาคอีสานต้องการที่จะมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน และเห็นช่วงที่ชาวนากำลังลำบาก สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ เกิดภาวะน้ำท่วมซ้ำซากและหลังจากนี้ ก็จะเกิดภาวะแล้งซ้ำซาก ซึ่งพรรคอยากอยู่ใกล้กับประชาชนในยามลำบาก เพื่อนำปัญหาไปสะท้อนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายสู้ศึกเลือกตั้งในอนาคต

 

ส่วนความมั่นใจการประกาศปักธงภาคอีสานจะสามารถครองพื้นที่ และจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้นั้น ทุกเขตมีความสำคัญและต้องสู้กันด้วยใจ ซึ่งภาคอีสานมีอยู่ 116 เขต ส่วนตัวก็ตั้งใจว่าจะลงให้ครบทุกเขต แต่จะเป็นเขตยุทธศาสตร์หรือไม่ ต้องใช้หัวคิด และทำงานกันด้วยใจ พร้อมย้ำว่าจะหาผู้สมัครลงชิงตำแหน่งให้ครบทุกเขต

นายพิธา ยังกล่าวถึง อดีตส.ส.เขต 1 จ.ขอนแก่น ที่เป็นงูเห่าย้ายพรรค ว่า การที่เลือกใช้พื้นที่ขอนแก่นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ตั้งใจมาทวงคืนผู้แทนราษฎรของคนขอนแก่นเขต 1 รวมไปถึงเป็นการเปิดประตูสู่ภาคอีสานของพรรคก้าวไกล โดยว่าที่ผู้สมัครคนใหม่ คือ นายวีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีการพิสูจน์ตนเองมาหลาย 10 ปี ซึ่งผ่านกระบวนการคัดสรรจากแกนนำพรรครวมถึงตนด้วย ดังนั้น การชูผู้สมัครที่ใหม่กว่าชัดเจนกว่า โดนกว่าเพื่อทวงคืนพื้นที่ขอนแก่นเขต 1 เหมือนที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ทำไว้ให้ได้

 

ส่วนจะคาดหวังพื้นที่จังหวัดใดในภาคอีสานบ้างนั้น ส่วนตัวขอย้ำว่า หวังทุกเขต ทุกจังหวัด แต่หากดูผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ก็จะสามารถคาดเดาได้ว่า จะได้พื้นที่ใดเพิ่ม พร้อมยืนยันว่า แม้จะต้องสู้กับพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ไม่หนักใจ เพราะถือเป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย การแข่งขันเป็นเรื่องดี ประชาชนได้ประโยชน์ มีทางเลือกว่าใครจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ดีกว่ากัน

สำหรับการทำไพรมารีโหวต 400 เขต จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง และมีคณะกรรมการประสานงาน ในการทำงานเรื่องนี้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันก่อน ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องมีการหารืออีกครั้งหนึ่ง

 

ส่วนระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบนั้น ยืนยันไม่ว่าจะเป็นกติกาใดก็ต้องพร้อม หากจะเป็นแบบบัตร 2 ใบ ก็ต้องปรับทีมยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่พบประชาชนให้มากขึ้น ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ

 

"สักวันหนึ่งเราต้องเป็นพรรคใหญ่ ตอนนี้เราอาจเป็นพรรคขนาดกลาง แต่เราฝันว่าสักวันเราจะต้องเป็นพักใหญ่ ดังนั้น กติกาที่คิดว่าจะได้ประโยชน์กับเขา ตอนนั้น ถึงเวลาอาจจะได้ประโยชน์กับเราก็ได้" นายพิธา กล่าว

 

ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขมาตรา 34 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อที่จะเปิดทางให้พรรคการเมืองเข้าไปช่วยเลือกตั้งท้องถิ่นได้นั้น ซึ่งส่วนตัวยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าการทำงานท้องถิ่นกับการทำงานของนิติบัญญัติ ต้องทำไปควบคู่กัน ต้องมีการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ แต่ถึงขั้นว่าจะต้องลงไปช่วยหาเสียง จะต้องมีการหารือกันก่อน

 

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยืนยันจะไม่ยุบสภาฯ แต่มีการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.สแล้วในขณะนี้ ว่า ตนคิดว่าคนเวลาอะไรทิ่มแทงใจ ก็มักจะพูดออกมา ในลักษณะที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นสัญญาณตรงกันข้ามกับสิ่งที่จะทำมาโดยตลอด

 

ก่อนย้อนถามกลับว่านายกฯคนนี้ไม่ใช่หรือ ที่เรียนว่าจะไม่กระทำการรัฐประหาร ก่อนที่จะหัวเราะในลำคอ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของพรรคเขา แต่พรรคก้าวไกล เตรียมความพร้อมในทุกเวลา ทุกมิติและทุกสนามนี่คือสิ่งที่ทำได้และควรจะทำตั้งนานแล้ว

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด