ส่วนพฤติการณ์ของคดีที่ 2 สืบเนื่องจากการจับกุมทำการจับกุมตัว นายเรวัต หรือวัฒน์ รุ่งกระจ่าง กับพวก ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาข้อมูลว่ายังมีรถยนต์อีก 1 คัน ของขบวนการลำเลียงยาเสพติด มารับยาเสพติดในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยจะใช้รถยนต์แวน ยี่ห้อเกีย เลขทะเบียน ชฎ 4095 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามสืบสวนแกะรอบตามจับกุม ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 19.30 น. ตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าวขับขี่มาตามถนนเลี่ยงเมือง เขต อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อ.เมือง จ.เชียงราย จึงได้สะกดรอยติดตาม จนกระทั่งมาถึงบริเวณสามแยกสันทราย ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จึงเรียกตรวจค้น พบผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอาทิตย์ทอง หรือปิ๊บ จันทร์นิ่ม อายุ 37 ปี เป็นคนขับรถ และมีชัยพร หรือกั๊ก อัมพรบุตร อายุ 29 ปี นั่งโดยสารมาด้วย
ตรวจสอบภายในห้องโดยสารพบกระสอบยาเสพติดจำนวน 10 กระสอบ มี ไอซ์ จำนวน 8 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 9 กก. และ ยาบ้า ประมาณ 1,696,000 เม็ด จากการซักถามขยายผลผู้ต้องหาทั้งสองรับว่า รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจาก นายปุ๊กให้มารับยาเสพติดพื้นที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ค่าจ้างจำนวน 200,000 บาท โดยผู้ว่าจ้างได้จัดหารถยนต์ในการลำเลียงยาเสพติดและจะได้รับค่าจ้างเมื่อนำยาเสพติดไปส่งยังที่หมาย
ต่อมาวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การนำไปชี้จุดรับยาเสพติด ที่บ้านของนายบรรจง เงาแก้ว บ้านลขที่ 97 หมู่ที่ 3 ต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย จึงขยายผลไปตรวจค้นพบตัวนายบรรจง เงาแก้ว ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับ นายธีราวุฒิหรือซอน พุทธวงค์ ภูมิลำเนา ต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง ขนยาเสพติดขึ้นรถ จึงจับกุมตัวนายบรรจง ส่งดำเนินตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ต่อจากนี้จะต้องมีการขยายผลหาผู้บงการในการขนย้ายยาเสพติดในครั้งนี้ สำหรับการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้เป็นไปตามนโนยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะทำให้ประเทศไทยปลอดยาเสพติด โดยขณะนี้ข้อมูลทางการสอบสวนพบว่าตามแนวชายแดนยังคงมียาเสพติดที่เตรียมเข้าสู่ประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนัก ในการหาข่าวกรองและสืบสวน ติดตามจับกุมเมื่อมีการขนข้ามในประเทศไทย ขอเตือนผู้ที่คิดจะรวยทางลัดโดยการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งที่ท่านจะได้ไม่คุ้มกับที่ท่านเสียแน่นอน อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดดีที่สุด