จับสัญญาณ"รัฐบาลกลุ่มเปราะบาง" : รักษ์ มนตรี
20 ต.ค. 2564 | รักษ์ มนตรี

เช็กสัญญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งกำชับพรรคร่วมรัฐบาลให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาฯ เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญจ่อในวาระการพิจารณา บ่งบอกอะไรในเสถียรภาพ รัฐบาลกลุ่มเปราะบาง
ข่าว
20 ต.ค. 2564 | รักษ์ มนตรี

เช็กสัญญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งกำชับพรรคร่วมรัฐบาลให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาฯ เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญจ่อในวาระการพิจารณา บ่งบอกอะไรในเสถียรภาพ รัฐบาลกลุ่มเปราะบาง
สถานภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ ปัจจุบัน จัดได้ว่าเป็น “กลุ่มเปราะบาง” (Vulnerable Groups) ของสังคมไทย
กลุ่มเปราะบาง หมายถึง ผู้ที่มีความจำเป็นต้องพึ่งพิงผู้อื่น ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ หรือตัดสินใจด้วยตนเองได้ หรือเป็นกลุ่มที่ถูกเอารัดเอาเปรียบได้ง่าย
เพราะฉะนั้น ยิ่งในห้วงที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมจะเสนอกฎหมายสำคัญหลายฉบับ บางฉบับเป็นกฎหมายการเงิน หากเกิดอุบัติเหตุในสภาฯ ย่อมส่งผลต่อสถานภาพ รัฐบาลกลุ่มเปราะบาง ได้ตลอดเวลา
ดังนั้น ในห้วงเวลานี้จึงเป็นพรรคร่วมรัฐบาล "ขึ้นขี่คอ" พล.อ.ประยุทธ์
ในหลายๆ สภาวะการ พล.อ.ประยุทธ์ จำต้องยอม "กลับลำ" กลืนน้ำลายตัวเอง
โดยห้วงเวลาจากนี้นั้น ให้จับตาไปที่การเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1 พฤศจิกายน 2564 มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการเงิน จ่อเข้าสู่การประชุมสภาฯ
ในส่วนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข และทูลเกล้าฯ ไปแล้ว
สำหรับเจ้าภาพร่างแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งได้จัดทำร่างกฎหมายเสร็จแล้ว รอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ให้ความเห็นชอบ
จากนั้น จะต้องรนำร่างไปรับฟังความเห็น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี คาดว่าประมาณเดือนธันวาคม 2564
กระบวนการต่อไป ครม.จะส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สภาฯ เพิ่อพิจารณา ประมาณเดือน มกราคม 2565 โดยคาดว่าสภาฯ จะใช้เวลาพิจารณาวาระที่ 1 และ 2 แล้วเสร็จในเดือน กุมภาพันธ์ 2565
ขั้นตอนต่อไป คาดว่าต้นเดือน มีนาคม 2565 สภาฯ จะส่งร่างที่ผ่านการพิจารณา วาระ 2 ไปให้กกต. ตรวจสอบรายละเอียดภานใน 10 วัน
กกต.มีเวลา 10 วัน พิจารณาและส่งร่างกฎหมาย กลับมาที่สภาฯ
ดังนั้น มีการคาดการณ์ว่า ในเดือนเมษายน 2565 จะต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณา และลงมติวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยจะใช้เวลาประมาณ 25 วัน
กระบวนการต่อไป สภาฯ จะส่งร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาวาะ 3 กลับไปยังรัฐบาล เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เว้นแต่มีกรณีให้ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความ หรือวินิจฉัยประเด็นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนนี้ต้องรอกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ประมาณ 1 เดือน
และเมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว ร่างกฎหมายจะอยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือนกรกฎาคม 2565
และหลังจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ประกาศใช้ จะมีแรงกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ คาดว่า แรงกดดันนี้ จะเกิดขึ้น ทันทีที่กฎหมายลูกผ่านสภาฯ เนื่องจากสามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันที
อีกแรงกดดัน ที่จะถามโถมเข้าหารัฐบาล ในเดือนสิงหาคม 2565 ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จะเจอประเด็นเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 บัญญัติให้ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ห้ามเป็นเกิน 8 ปี ซึ่งสูตรวิธีคิดมี 3 ทาง คือ นับจากปี 2557 ปี 2560 และปี 2562 คือ
1.นับ 24 สิงหาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 หากตีความตามนี้โดยยึดตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้นายกฯ อยู่เกิน 8 ปี ถ้านับตามนี้จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เหลือเวลาการเป็นนายกฯ เพียง 1 ปี โดยจะพ้นนายกฯ วันที่ 23 สิงหาคม 2565 ครบ 8 ปี (ตามประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2557)
2.เริ่มนับวันที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ประกาศใช้ 6 เมษายน 2560 เพราะกติกานี้เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช้ย้อนหลังกับการดำรงตำแหน่งก่อนหน้านั้น หมายความว่า จะพ้นตำแหน่งในวันที่ 5 เม.ย.2568 หรือถ้า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ครบวาระ 4 ปี ในปี 2566 เท่ากับว่า "บิ๊กตู่" จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น
3.นับตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2562 วันมีการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกฯ ซึ่งเป็นวันที่พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ ต่อเนื่องได้จนถึง 8 ปี ในวันที่ 8 มิถุนายน 2570 หรือเป็นนายกรัฐมนตรีได้ใน 2 วาระเต็ม (ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี 9 มิ.ย. 2562)
ประเด็นนี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะเป็นช่วงหลังวันที่ 23 สิงหาคม 2565
แต่ก่อนไปถึงสิงหาคม 2565 "รัฐบาลกลุ่มเปราะบาง” จะต้องเผชิญร่วมกัน คือ กฎหมายปฏิรูปประเทศ 5 ปี จะครบกำหนด 5 ปี ในเดือน เมษายน 2565 หากทำกฎหมายไม่แล้วเสร็จ อาจจะมีปัญหา
คำว่า “มีปัญหา” แม้ยังไม่มีการขยายความ แต่ปัญหาด้านความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ประกาศเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ต้องรับผิดชอบต่อสภาฯ
ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงกำชับไปที่พรรคร่วมรัฐบาลรัฐบาล ให้ร่วมมือกันในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ เรีกยว่า นายกฯ สั่งห้ามป่วย ห้ามขาด ห้ามลา ห้ามมาสาย เพราะหากกฎหมายการเงิน และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีอันเป็นไปในสภา ก็หมายถึง รัฐบาลต้องมีอันเป็นไปด้วย