เกาหลีเหนือยืนยันว่าประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธวิถีโค้งยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่เมื่อวันอังคาร พร้อมกับเผยภาพชุดการทดสอบ

สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานวันนี้ว่า สถาบันวิทยาการป้องกันประเทศแห่งชาติยิงทดสอบขีปนาวุธวิถีโค้งแบบยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่ หรือ SLBM จากเมืองซินโป ทางชายฝั่งภาคตะวันออกเมื่อวันอังคาร โดยยิงจากเรือดำน้ำ "8.24 ยงกัง" ซึ่งถูกใช้เป็นฐานยิงทดสอบขีปนาวุธ SLBM ครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

 

การยืนยันจากเกาหลีเหนือมีขึ้นหลังจากกองทัพเกาหลีใต้รายงานเมื่อวานว่า เชื่อว่า เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ยิงจากเรือดำน้ำตกลงในทะเลญี่ปุ่น

 

KCNA ระบุว่า ขีปนาวุธ SLBM รุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีนำวิถีก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้เทคโนโลยีการป้องกันประเทศพัฒนาในระดับสูงขึ้น และเป็นการเสริมศักยภาพของปฏิบัติการใต้น้ำของกองทัพเรืออีกด้วย แต่คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ได้ร่วมชมการทดสอบ

 

 

เกาหลีเหนือเผยภาพยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่จากเรือดำน้ำ

 

นออกจากนี้ KCNA ยังเผยภาพชุดของการทดสอบอีกด้วย ซึ่งเผยให้เห็นว่า ขีปนาวุธ SLBM รุ่นนี้มีขนาดเล็กกว่ารุ่นที่ทดสอบเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และอาจเป็นรุ่นที่ถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการกลาโหมในกรุงเปียงยางเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในโอกาสครบรอบ 76 ปีของการก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลี และผู้นำเกาหลีเหนือประกาศในงานนี้ว่า การเสริมแสนยานุภาพของกองทัพเป็นภารกิจอันดับแรกที่สำคัญที่สุด

 

เกาหลีเหนือเผยภาพยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่จากเรือดำน้ำ

 

 

 

การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 8 แล้วในปีนี้ และมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น กำลังพบปะหารือเพื่อวางยุทธศาสตร์ในการเจรจาปลดนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีที่ชะงักงันมาตั้งแต่ปี 2562 และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลยังพร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือทุกที่ทุกเวลา และการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องในปีนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่ก็ขอให้เกาหลีเหนือระงับการยั่วยุ

 

 

นอกจากนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมจัดประชุมฉุกเฉินแบบปิดในประเด็นเกาหลีเหนือในวันนี้ตามคำร้องขอของสหรัฐฯและอังกฤษ หลังจากการทดสอบขีปนาวุธ SLBM ขัดต่อมติของสหประชาชาติที่ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธวิถีโค้ง

 

ก่อนหน้านี้เกือบหนึ่งเดือน เกาหลีใต้เพิ่งยิงทดสอบขีปนาวุธ SLBM ที่พัฒนาขึ้นเองจากเรือดำน้ำ ทำให้กลายประเทศที่ 7 ในโลกที่มีศักยภาพผลิตขีปนาวุธประเภทนี้