แผน 3
วงเงินรวมสูงสุดไม่เกินต่อปี (รวมข้อ 1-3) 160,000 บาท
คุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แพ็คโดนใจ ไม่กลัวโกง
เบี้ยประกันภัยต่อปี 999 บาท
ส่วนที่ 1 คุ้มครองเงินส่วนตัวของผู้ซื้อที่หายจากบัตร บัญชี หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) ผ่านช่องทาง ออนไลน์ คุ้มครองสูงสุดต่อปีกรมธรรม์ 100,000 บาท
ส่วนที่ 2 คุ้มครองผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ จากสาเหตุต่อไปนี้ (วงเงินรวมข้อ 2.1 - 2.2) คุ้มครองสูงสุดต่อปีกรมธรรม์ 30,000 บาท
- 2.1กรณีผู้ขายไม่ส่งสินค้าภายใน 7 วัน นับจากวันที่ แจ้งว่าจะจัดส่ง (ไม่รวมสินค้าพรีออเดอร์)จ่ายตามจริงไม่เกินทุนประกันภัย
- 2.2ได้รับสินค้าไม่ครบจำนวนตามรายการสั่งซื้อ สินค้าที่ได้รับเสียหายทางกายภาพโดยสิ้นเชิง**สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์จ่ายตามจริงไม่เกินทุนประกันภัย*
ส่วนที่ 3 คุ้มครองผู้ขายสินค้าออนไลน์จากการถูกหลอกลวงให้จัดส่งสินค้า และไม่ได้รับเงินภายใน 7 วัน นับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง (ไม่รวมสินค้าพรีออเดอร์) คุ้มครองสูงสุดต่อปีกรมธรรม์ 30,000 บาท
สอบถามได้ที่อีเมล [email protected]
หรือโทร.สอบถามได้ที่ Call Center โทร.1484
ทางด้านเฟซบุ๊ก “ทาสการตลาด” ได้แคปหน้าจอไว้ทันแล้วนำมาโพสต์ลงในหน้าเพจ
มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
เช่น
"ธนาคารควรมีระบบความปลอดภัยให้กับลูกค้าค่า"
"มันควรเป็นหน้าที่ของธนาคารที่ต้องรักษาเงินของลูกค้าไว้เนอะ ถ้าไม่ซื้อแล้วจะยังไงหรอจะไม่ดูแลความปลอดภัยให้หรออ? ถ้าธนาคารรักษาเงินที่ไปฝากไว้ไม่ได้ แล้วจะเอาเงินไปฝากกับคุณพี่ไว้เพื่ออะไรค่าา งงมากกกกกกกกก"
"ถามจริงเหอะ มันเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการอยู่แล้วมั้ยที่ต้องดูแลรักษาเงินในบัญชีให้อะ ไม่งั้นจะฝากเข้าไปทำไม ถ้าความปลอดภัยเรื่องนี้ยังรับประกันให้ไม่ได้อะ"
"ขายประกันให้คนที่ฝากเงินกับธนาคารตัวเอง งี้อ่อ ทุเรศอะไรก่อนดี55555555 คือมีหน้าที่ต้องป้องกันการถูกแฮกไหม ถามจริง ไม่ใช่มาขายประกัน"
"มันควรเป็นหน้าที่ของธนาคารเนาะที่ต้องรักษาเงินลูกค้าไว้ให้ได้ หากินเก่งมาก ทำไมอ่ะถ้าไม่ซื้อแปลว่าธนาคารจะไม่ดูแล ไม่รับรองความปลอดภัยเหรอ???"