แพร่ - อบจ.แพร่ ร่วมคณะกรรมการการกระจายอำนาจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติวข้ม 200 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. รองรับการโอนภารกิจด้านสาธารณสุข เผยวิจัย ประชาชนได้รับการบริหารที่ดีขึ้น

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 ตุลาค 2564 นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ ได้เป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางและทิศทางการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้อบจ.แพร่ โดยว่าที่ร้อยตรีศุภชัย ทานะขันธ์ ปลัด อบจ.แพร่ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่สังกัด อบจ.แพร่ ผู้บริหารจากสำนักงานสาธารสุขจังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดแพร่ ทั้งหมด 119 แห่ง กว่า 200 คน ณ ห้องประชุมวิทยาลัยพยาบาลราชชนนีแพร่

อบจ.แพร่ติวเข้ม200จนท.-รับถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข

นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการกระจายอำนาจได้มีนโยบายที่จะให้ถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมายัง อบจ.แพร่ ซึ่งที่ผ่านมาข้อมูลต่างๆยังไม่เคลียร์เท่าที่ควร โดยเฉพาะ อบจ.แพร่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเมื่อเดือนที่แล้วเนื่องจากว่าคณะกรรมการการกระจายอำนาจ และอนุกรรมการฯชุดนี้ทำงานเร็ว อย่างไรก็ตาม คิดว่าส่วนดีมีมาก ที่ทราบมาคณะกรรมการกระจายอำนาจพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าเพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าองค์กรหรือผู้ปฏิบัติ

 

อบจ.แพร่ติวเข้ม200จนท.-รับถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข

ในส่วนราชการการอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด หลายคนได้สอบถามมาว่าสิ่งนี้จะเป็นอย่างไรสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร จึงให้ผู้รู้การถ่ายโอน รพสต. ประกอบนายเลอพงศ์ ลิ้มรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุข ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นางปริมพร อ่ำพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย นายทองดี มุ่งดี ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.ศุทธา แพรสี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว ได้มาให้ความกระจ่างกับทุกๆคนว่า โอนมาแล้วจะเป็นอย่างไร

อบจ.แพร่ติวเข้ม200จนท.-รับถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข

นายเลอพงศ์ ลิ้มรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุข ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ มองว่าภารกิจการถ่ายโอนเมื่อดำเนินการแล้วในการบริหารด้านสาธารณสุขประชาชนมีชีวิตและได้รับการบริการดีขึ้น การถ่ายโอน รพ.สต.จำนวน 80 แห่ง ในปี 2551 จากงานวิจัยของนักวิชาการ และกระทรวงมหาดไทย ปรากฎว่าประชาชนมีความพึงพอใจ ได้ประโยชน์ดีมากขึ้น แต่การถ่ายโอน ไปเทศบาล และอบต.ยัง มีอุปสรรคเป็นอย่างยิ่ง ของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไปไม่ได้ไกล เจอทางตัน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ตำบลเดียว แต่หากย้ายมาที่ อบจ.สามารถไปถึง ปลัด อบจ.ได้เลย

 

“การถ่ายโอนภารกิจประเภทให้กับท้องถิ่น ไมว่าจะเป็นแหล่งน้ำ ถนนหนทาง เจ้าของกิจการเดิมจะโอนกลับไม่ได้ การถ่ายโอนนั้นเราคำนึงถึงพี่น้องประชาชนที่จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น ส่วนผู้เกี่ยวข้อง ผู้ปฎิบัติงานจะไม่เสียสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าเดิม และ อบจ.และ รพ.สต.ต่างต้องวินๆด้วยกัน ขอฝากพี่น้อง รพ.สต.หลายท่านไม่ได้ศึกษา อาจจะมีรายละเอียดไม่ครบ หากมีความสงสัย สอบถามมาเรายังทำงานการถ่ายโอนอยู่อีกหลายปี”นายเลอพงศ์ กล่าว

อบจ.แพร่ติวเข้ม200จนท.-รับถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข

ด้านดร.ศุทธา แพรสี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อ 13 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้มามากพอ เราเจออุปสรรคมากมาย เมื่อมาถึงวันนี้เราตัดสินใจถูกต้อง เดิมทีเราต้องทำแผลเอง จ่ายยา ทำการเงิน คนไม่มี หรือมีก็ไม่พอ ต้องลงเยี่ยมเยือนชาวบ้าน เมื่อมาอยู่ท้องถิ่นมิติด้านคนมีมากขึ้น ทำงานตรงสายวิชาชีพมากขึ้นไม่ต้องทำการเงิน เรื่องเงินไม่มีติดขัด เพราะว่าท้องถิ่นมีเงินเหลือเฟือ 

อบจ.แพร่ติวเข้ม200จนท.-รับถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข

"เราคิดเราอยากทำอะไรโอกาสสามารถทำได้ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อยู่ที่เดิมคนไม่มี เงินก็ไม่มี ได้แต่ฝันหวาน มุมมองอย่างนักพัฒนาสาธารณสุขงานมันเดินได้เร็วขึ้น เรื่องงานหนักกว่าแน่ งานมากขึ้นแน่นอน เรามุ่งหวังให้พื้นที่ที่เราทำงานมีความสำเร็จเราก็จะความสุข ไม่ได้มาเชิญชวน ยิ่งย้ายมาอยู่ อบจ.ก็เป็นโมเดลที่น่าสนใจ  ยังอยากไปสังกัด อบจ.เชียงใหม่"ดร.ศุทธา กล่าว

โดย สุภัทร แสงดอก / แพร่