ชมรมแพทย์ชนบท ชี้ สถานการณ์โควิด-19 ขาขึ้นชัดเจน เผย การระดมฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ถูกต้อง แต่ต้องรอเวลา 5-6 สัปดาห์ แล้วระหว่างรอความครอบคลุมของวัคซีน ควรจะมีมาตรการอะไร นี่คือคำถามสำคัญ

11 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (10 ตุลาคม 2564) ชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ข้อความระบุถึงสถานการโควิด-19 ในประเทศไทย โดยระบุว่า ...

"โปรดให้ความสนใจ และตื่นตัว ระมัดระวัง วันนี้บวกเพิ่ม 10,817 ราย  แต่ดูให้ดีๆ…
การตรวจหาเชื้อมี 2 วิธี  วิธีมาตรฐาน RT-PCR พบผู้ติดเชื้อ 10,817 ราย  แต่ข้างล่างยังตัวเลขการตรวจด้วย ATK พบเชื้ออีก10,055 ราย  รวมแล้วเป็นกว่า 2 หมื่นราย ในจำนวนATKบวก ไม่ได้ตรวจยืนยันด้วย rt-pcr ทุกราย จำนวนผู้ติดเชื้อกำลังขาขึ้นอีกครั้งอย่างชัดเจนแล้ว"

ผู้ป่วยหนักยังร่วม 3 พันราย ถือว่ายังไม่ลด ซึ่งสอดคล้องจำนวนผู้ติดเชื้อ ปกติป่วยสีแดงราว 10% หากคำนวณ 3,000 รายนี้กลับไป เราน่าจะมีผู้ติดเชื้อราวไม่ต่ำกว่าวันละ 30,000 คน ในขณะที่ยอดการตรวจเชิงรุกลดลง หากตรวจมากขึ้นในหลายพื้นที่อัตราการติดเชื้อในชุมชนสูงมาก กว่าร้อยละ20 โควิดกำลังขาขึ้น พื้นที่สีแดงกำลังขยาย ภาระการควบคุมโรคได้กลายเป็นของวิชาชีพสุขภาพในกระทรวงสาธารณสุขโดยสมบูรณ์แล้วอีกครั้ง

โควิดภาคใต้ขาขึ้น "ชมรมแพทย์ชนบท" ถามหามาตรการระหว่างรอวัคซีนครอบคลุม

ชมรมแพทย์ชนบท ยังเผยถึงสถิติ 7 จังหวัดภาคใต้ที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยระบุว่า ข้อมูลนี้เป็นตัวเลขสถิติ 7 จังหวัดภาคใต้ คือ พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งชัดเจนว่า กราฟกำลังขึ้น

ภาคใต้ล่างมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นช้าๆ มาตั้งแต่กรกฎาคมแล้ว อัตราติดเชื้อเป็นแบบทรงๆ แบบขึ้นช้าๆ นั่นคือมีเชื้อระบาดอยู่แล้ว พอผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ 1 กันยายน 2564 สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปจริงๆ คือตัวเลขผู้ติดเชื้อจากที่ทรงๆ ก็พุ่งขึ้นมาอย่างชัดเจนจนติด top5

ภาพ : ชมรมแพทย์ชนบท

การระดมวัคซีนล้านโดสเข้ามาในพื้นที่ เป็นวิธีที่ถูกต้อง แต่ก็ต้องเข้าใจว่า กว่าจะได้ผลก็เมื่อครบสองเข็มซึ่งแปลว่าต้องอีกไม่ต่ำกว่า 5-6 สัปดาห์ แล้วระหว่างรอความครอบคลุมของวัคซีน ควรจะมีมาตรการอะไร นี่คือคำถามสำคัญ

การลดการเคลื่อนที่ของประชาชนในพื้นที่ระบาด ลดกิจกรรมเสี่ยง ปิดบางหมู่บ้านบางซอยที่ระบาดหนัก หรือ small focus lockdown คือมาตรการสำคัญระหว่างรอวัคซีนให้ครอบคลุม

ภาพ : ชมรมแพทย์ชนบท