โดยเฉพาะกรณีฆ่าโปกปูนยังดิน " สามเณรปลื้ม " กลางลานวัดวังตะวันตก เมื่อปี 2560 " เจ้าคุณเจือ" ก็ดำเนินการแก้ไขปัญหา แก้สัญญาที่อิทธิพลทำสัญญาทาส 30 + 30 ฮุบ ที่ดินและทรัพย์สินของวัดต่าง ๆ เรียกคืนทรัพย์สินของวัดในจังหวัดนครศรีธรรมราช กลับคืนมารวมมูลค่านับพันล้าน
เจ้าคณะอำเภอรูปหนึ่ง กล่าวว่า อดีตคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความวุ่นวายปั่นป่วน แตกแยก อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน จนเกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะการฆ่าโปกปูนฝังดินสามเณรปลื้มกลางลานวัดวังตะวันตก เมื่อปี 2560 แต่หลังจากพระราชปริบัติเวที " เจ้าคุณเจือ " ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) ท่านทุ่มเทแก้ไขปัญหาจนวัด และคณะสงฆ์กลับมาเป็น 1 เดียว มีความรัก ความสามัคคี ร่วมกันทำงานพัฒนาวัด พัฒนาคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนามีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอด
จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องเปลี่ยนเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ และทำการแต่งตั้งซ้ำซ้อนขึ้นมาแบบนี้ ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญเจ้าคณะเจือ ไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงใด ๆ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ทราบว่าทาง พศ. เขาไม่หยุด เขายังดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนโดยจะให้เจ้าคณะจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่รับพระบัญชาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ต.ค. นี้ หากเป็นเช่นนั้นคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช จะกลับมาสู่ความวุ่นวายปั่นป่วน ต่างคนต่างอยู่ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ไม่มีเอกภาพ ที่สำคัญจะมีอิทธิพลฮุบที่ดิน และทรัพย์สินวัดจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน
"ขณะที่การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ที่ผ่านมา จะมีการแต่งตั้งพระสังฆาธิการรูปใหม่ ที่มีอายุน้อยกว่า สุขภาพดีกว่าหรือมีความรู้ความสามารถดีกว่ารูปเก่า แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่แต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ที่อายุมากกว่า สุขภาพแย่กว่า รวมทั้งความรู้ความสามารถในทุกด้านด้อยกว่าเจ้าคณะจังหวัดรูปเก่า”
และการดำเนินการมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน แม้มีการเสนอยกเจ้าคุณเจือ ขึ้นเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ในภายหลังก็ตาม เพราะในระเบียบการตั้งตั้งพระสังฆาธิการตั้งแต่เจ้าอาวาสไปจนถึงสมเด็จพระสังฆราช จะต้องแต่งตั้ง เมื่อตำแหน่งว่างลงไม่ใช่แต่งตั้งซ้ำซ้อน ก่อนจะยกรูปเก่าขึ้นเป็นที่ปรึกษาในภายหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังการร่วมเสวานานานกว่า 2 ชั่วโมง พระครูพรหมเขตคณารักษ์ กล่าวสรุปว่า มติในที่ประชุมจะดำเนินการในเรื่องนี้ 1.คณะสงฆ์จังหงวัดนครศรีธรรมราชจะเดินทางไปพบเจ้าคณะภาค 16 ที่ จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อขอทราบเหตุผลและคำชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น 2. คณะสงฆ์จะเดินทางไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าคณะหนใต้ วัดกระพังสุรินทร์ จ.ตรัง 3. จะมีการล่ารายชื่อ 100,000 ชื่อ เพื่อทูลเกล้าถวายฎีกาฯ ตามลำดับต่อไป
ภาพ/ข่าว โดย
ชชาดล เจริญพงศ์ จ.นครศรีธรรมราช