กระทรวงอุดมศึกษาฯ ผนึกกำลัง กสศ.-ทปอ. พัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ดันสู่อนาคตมันสมองชาติ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

9 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผศ.ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รศ.สมหมาย ผิวสะอาด ประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และผศ.จรูญ ถาวรจักร ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร่วมลงนาม

 

โดย ดร.เอนก กล่าวว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ กระทรวง อว. จึงให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งด้านโอกาส และคุณภาพ การลงนามจึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่หน่วยงานของกระทรวง อว. จะได้ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ด้วยการบูรณาการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูล และใช้ข้อมูลนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ด้อยโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา  

 

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นความพยายามปฏิรูปการศึกษา ต้องสนับสุนนเต็มที่ ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ทำแบบงานประจำ ผลจากการให้โอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ช่วยให้คนที่ขาดแคลนได้ร่ำเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความเป็นเลิศและคุณภาพทางการศึกษาของประเทศที่เพิ่มขึ้น

 

"เอนก"จับมือ"กสศ-ทปอ."ร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสดันสู่มันสมองของชาติ

 

 

"ประเทศไทยมีช้างเผือกไม่น้อยที่มีคุณภาพสูง เพราะธรรมชาติของเด็กเหล่านี้ จะมีความอดทน มุ่งมั่น พร้อมฝ่าฟันอุปสรรค เราจึงต้องนำพวกเขามาฟูมฟักและฝึกปรือ โดย อว. จะต้องมีการดูแล และจัดระบบการเรียนการสอน พร้อมทั้งระบบสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อทำให้เด็กเหล่านั้นสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวได้อย่างเต็มที่ เหมือนที่เคยพูดอยู่บ่อยครั้งว่า ช้างเผือกมักจะเกิดในป่าลึก" ดร.เอนก กล่าว

 

นอกจากนี้ หากได้มาเป็นกำลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าของประเทศ ที่เรียกว่า Frontier Research จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นๆ ได้เห็นว่า ผู้ด้อยโอกาสก็มีความสามารถหากได้รับโอกาสที่เหมาะสม จะเปลี่ยนจากผู้ด้อยโอกาส ให้เป็นผู้มีโอกาส เป็น "หัวกะทิทางการศึกษา" ที่จะก้าวไปทำผลงานที่มีความสำคัญให้กับประเทศและในระดับนานาชาติ

 

ถึงเวลาที่จะส่งมอบข้อมูลนักเรียนยากจน และยากจนพิเศษ จำนวน 11,541 คน ที่ผ่านระบบ TCAS64 ได้สำเร็จ โดยทางที่ประชุม ทปอ. จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เตรียมรับนักศึกษาเข้าอยู่ในความดูแล โดย อว. ได้กำหนดให้นโยบายการทำงานครั้งนี้ จะไม่เป็นเพียงเรื่องของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของการศึกษาให้ดีขึ้น

 

"เอนก"จับมือ"กสศ-ทปอ."ร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสดันสู่มันสมองของชาติ

 

 

 

 

ขณะที่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า ผลการวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Harvard, MIT และ Stanford ที่ได้ติดตามศึกษาข้อมูลเชิงลึกของ "นวัตกร" ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 1,000,000 คน ชี้ให้เห็นว่า เด็กเยาวชนจากครัวเรือนที่มีรายได้สูง มีโอกาสมากกว่าเด็กเยาวชนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อย 10 เท่า ในการเติบโตขึ้นเป็นนวัตกรที่สามารถจดสิทธิบัตรได้สำเร็จ

 

โดยผลการวิจัยนี้ชี้ว่า เด็กช้างเผือก (Resilient Students) จากครัวเรือนยากจนที่สุดของประเทศ แม้จะมีพรสวรรค์มากเพียงใด แต่หากขาดโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค และระบบนิเวศในการส่งเสริมการพัฒนาพรสวรรค์ในระยะยาว ก็ไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพได้ และประเทศจะสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ The Lost Einsteins สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากยูเนสโก ปี 2558 ระบุว่าเยาวชนจากครอบครัวที่ฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น ที่สามารถศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ ต่ำกว่าเด็กที่มาจากครัวเรือนร่ำรวยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศกว่า 6 เท่า

 

"เอนก"จับมือ"กสศ-ทปอ."ร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสดันสู่มันสมองของชาติ

 

นอกจากนี้ กสศ. มีฐานข้อมูลจากการสำรวจติดตามนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษปีละมากกว่าหนึ่งล้านคน โดยในแต่ละปี จะมีนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่าหนึ่งแสนคน สำเร็จการศึกษาภาคบังคับในช่วง ม.3 แต่ในจำนวนนี้จะเหลือนักเรียนเพียงหนึ่งหมื่นคน ที่เข้าสอบผ่านระบบ TCAS ได้เรียนมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ หรือคิดเป็นเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้ คือ ช้างเผือกที่มีความสามารถ และนำมาสู่ความร่วมมือ ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อสนับสนุนการจัดสรรทุนการศึกษาจากแหล่งทรัพยากรต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมากกว่า 80 แห่ง เพื่อให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ก้าวไปเป็นทรัพยากรบุคคลระดับมันสมองของชาติต่อไป เชื่อว่าถ้าทำในส่วนนี้สำเร็จ จะถือเป็นการยกระดับการศึกษาของประเทศได้อย่างมาก

 

"ภารกิจ กสศ.ที่ทำมาตลอด คือป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษา อย่างน้อยต้องจบการศึกษาภาคบังคับ อีกส่วนหนึ่งคือสนับสนุนให้เยาวชนกลุ่มนี้ ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงที่สุด ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษานี้ แม้จะเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ในระยะยาวจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการกำหนดและติดตามนโยบายความเสมอภาคทางการศึกษาตลอดทุกช่วงวัยของประเทศ ที่สำคัญช่วยให้ประเทศไทยมีระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลรายบุคคลและรายสถานศึกษาระยะยาว (Longitudinal Database) ครอบคลุมเด็กเยาวชนที่มาจากครัวเรือนซึ่งมีรายได้น้อยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านคนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ดร.ประสาร กล่าว 

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคเอกชน และประชาชน ช่วยเหลือให้สามารถศึกษาต่อไปจนถึงระดับสูงสุดตามศักยภาพตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยในอนาคต กสศ. มีแผนจะเพิ่มความครอบคลุมของระบบสู่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ผู้พิการ กำพร้า หรือกลุ่มชาติพันธ์ เป็นต้น เพื่อให้เด็กเยาวชนทุกคนในประเทศไทยมีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ไม่มีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง

 

"เอนก"จับมือ"กสศ-ทปอ."ร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสดันสู่มันสมองของชาติ

 

ด้าน รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า การที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักของ Big Rock ที่ 1 และ Big Rock ที่ 5 อย่าง กสศ. กระทรวง อว. และ ทปอ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายบุคคลของเด็ก เยาวชน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ประเทศไทยเกิดระบบข้อมูลสารสนเทศขนาดใหญ่ (Big Data) จะเป็นรากฐานสำคัญ ในการบรรลุเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ในการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค ให้แก่เด็กเยาวชนทุกคนในประเทศไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐในครั้งนี้ จะเป็นประตูในการ เปิดโอกาสให้ภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ที่หวังอยากเห็นเด็กเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมาในครอบครัวและพื้นที่แตกต่างกันเพียงใด ก็ล้วนมีหลักประกันโอกาสที่เสมอภาคด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตนเอง ครอบครัว และเพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้สามารถออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืนตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

 

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบอุดมศึกษา ควรเริ่มต้นขึ้นก่อนที่นักเรียนจะสมัครสอบเข้า การบูรณาการฐานข้อมูลตลอดทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยถึงอุดมศึกษา ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ที่จะช่วยเปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งหน่วยงานวิจัยและนโยบายการอุดมศึกษา ที่เกี่ยวข้องสามารถก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

"เอนก"จับมือ"กสศ-ทปอ."ร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสดันสู่มันสมองของชาติ

 

ทั้งนี้ เพื่อค้นหาแนวทางการปฏิรูปเชิงระบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตั้งแต่ต้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลายปัจจัยมีความหลากหลายและซับซ้อนไปตามบริบทของพื้นที่และครอบครัว ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานี้ แม้จะเป็นปัญหาระดับชาติ แต่ต้องการมาตรการระดับพื้นที่ จึงจะสามารถสร้างความก้าวหน้าในการปฏิรูปได้อย่างยั่งยืน

 

"หน่วยงานภายใต้ความร่วมมือนี้ควรช่วยพัฒนามาตรการที่เชื่อมโยงกัน ระหว่างการศึกษาและการประกอบอาชีพที่มั่นคง เพื่อให้ผลจากการทำงานของระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สามารถส่งผลเชิงระบบไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจนของประเทศได้อย่างยั่งยืน ผมเชื่อว่าเด็กๆ เยาวชนที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจำนวนมากนี้ อาจจะมีบางคนที่เป็นสมาชิกครอบครัวรุ่นแรกๆ ที่มีโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา หากประชากรของไทยกลุ่มนี้ ซึ่งรุ่นคุณพ่อคุณแม่มีรายได้น้อยที่สุด ร้อยละ 10-20 ของประเทศ สามารถสำเร็จการศึกษาและมีงานทำ มีรายได้ และความมั่นคงอยู่ในระดับกลาง ๆ ของประเทศได้ ย่อมจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคม (Social Mobility) ที่จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต และลดความเหลื่อมล้ำของเศรษฐกิจสังคมไทยได้ไปพร้อมๆ กัน" ดร.กฤษณพงศ์  กล่าว