เมื่อเราตั้งโจทย์เอาไว้เช่นนี้ คำถามต่อจากนี้ คือ แล้วเด็กไทย และเด็กที่อยู่ในเมืองไทย ถูกปฏิบัติตามหลักสากลนี้แล้วหรือยัง ?
จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่า เรายังคง “ทิ้งเด็กส่วนหนึ่ง” ที่อาจเรียกพวกเขาว่า “กลุ่มเด็กเปราะบาง” ที่รวมถึงกลุ่มเด็กเร่ร่อน เด็กต่างด้าว เด็กจากครอบครัวยากจน ฯลฯ อีกจำนวนมากเอาไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ อาจด้วยความไม่พร้อมของการจัดการ ข้อจำกัดทางกฎหมายหรือผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติที่ไม่สามารถทำให้เกิดรูปธรรมของการช่วยเหลือและการพัฒนาที่ยั่งยืนกับเด็กกลุ่มนี้ได้
เพื่อฉายให้เห็นปรากฎการณ์ปัญหาเด็กที่สังคมอาจหลงลืมไป และเป็นโอกาสของการยกขึ้นเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและขับเคลื่อนสังคมด้วยการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จึงร่วมกับคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ชะตากรรมและอนาคตของเด็กเปราะบางในสถานการณ์โควิด” ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเวทีนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการศึกษา “ชีวิตและสุขภาพของเด็กต่างด้าวกับการเข้าถึงบริการสาธารณสุข” และ “การพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและขับเคลื่อนงานของครูข้างถนน” ตามแผนดำเนินงานวิจัย ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายสังคมไม่ทอดทิ้งกัน
รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง เครือข่ายนักวิจัย สวรส. สังกัดศูนย์จิตตปัญญาศึกษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าแผนงานวิจัยฯ บอกเล่ากับวงเสวนาว่า การคำนึงถึงชีวิตเด็ก คือ ทางออกของปัญหา ดังนั้นการทำงานต้องอยู่บนฐานที่ปฏิบัติได้จริง โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็