สถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้ยังคงน่าจับตา เพราะยังมีความอึมครึม ความไม่ชัดเจนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับตัวนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หลังเจอคลื่นลมการเมืองตีโอบขนาบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีไฮไลท์ทางการเมืองอยู่ 2-3 เรื่องด้วยกัน

 

1.การยอมคืนงาน 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ กลับไปให้พรรคประชาธิปัตย์ดูแลเหมือนเดิม จากที่ก่อนหน้านี้เพียง 1 สัปดาห์ โอนไปให้ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดูแล จนทำให้เกิดปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์

 

2.การประกาศผ่าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะยังไม่มีการปรับ ครม. แม้จะมีตำแหน่งว่างอยู่ 2 ตำแหน่งก็ตาม

 

3.มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ไปพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ให้มีความชัดเจน ว่ากรอบเวลาการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด และเริ่มนับจากช่วงเวลาไหนกันแน่

 

"บิ๊กตู่"เดินเครื่องกันขาลอยป้องถูกสอยคาสภาฯ

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจนว่าต้องการลดเงื่อนไขทางการเมืองที่รุมเร้า ทั้งปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล และปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐเอง จึงพยายามยุติเงื่อนไขทั้งหมดที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง เพื่อให้รัฐบาลมีเอกภาพ และเดินต่อไปได้ ไม่เป็นรัฐบาล "เป็ดง่อย" ที่ทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่อยู่รอวันยุบสภา 

 

ขณะเดียวกัน ก็หาช่องทางให้ศาลรัฐธรรนมูญตีความเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เพราะหากมีความชัดเจน มีคำวินิจฉัยของศาลยืนยันว่ากรอบเวลาการนั่งเก้าอี้นายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญมาตรา 158 เริ่มนับเมื่อปี 2560 หรือ 2562 ก็จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ขยับทางการเมืองง่ายขึ้น มีอำนาจต่อรองมากขึ้น และเปิดทางให้ตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ เนื่องจากไม่ติดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่ทำให้อยู่ในตำแหน่งได้ถึงแค่ปีหน้า ตามที่ฝ่ายค้านพยายามตีความ

 

"บิ๊กตู่"เดินเครื่องกันขาลอยป้องถูกสอยคาสภาฯ

 

การดำเนินการทั้งหมดนี้ ก็เพื่อแก้เกม "บิ๊กตู่ขาลอย" มีเสียงสนับสนุนในสภาฯไม่แน่นอน ทำให้อนาคตการเมืองมีความเสี่ยงใน 3 ช่วงเวลา คือ

 

1.ช่วงเปิดสภาฯตั้งแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป หากมีกฎหมายสำคัญเข้า โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน รวมถึงพ.ร.ก.ที่ต้องส่งให้สภาฯอนุมัติ จะกลายเป็นความเสี่ยงที่เลี่ยงได้ยาก โหวตแพ้ไม่ได้ แพ้เมื่อไหร่ เก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที ระยะเวลาห้วงนี้ คือ 4 เดือน 1 สมัยประชุม

 

2.ช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ สิ้นเดือนก.พ.ปีหน้า กรณีที่รัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ ประกาศใช้ เรื่อง "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ" และแก้ไขกฎหมายลูกเรียบร้อย ตามมารยาททางการเมืองต้องยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ เพราะถือว่า ส.ส.ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน มีที่มาไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

 

3.ช่วงเปิดสภาฯอีกสมัย คือ เดือนพ.ค.ปีหน้า ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อีกรอบ และมีร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าสู่การพิจารณา ถ้านายกฯยังขาลอย มีหวังโดนสอยคาสภา