เนชั่นทีวี

ข่าว

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

07 ต.ค. 2564 | tinakit_rat

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย 10 อันดับแรกยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดอันดับแรกยังคงเป็น กรุงเทพมหานคร ทั้งที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรกว่า 50 % ครอบคลุมผู้สูงอายุกว่า 70 % ส่วนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 11,200 ราย เสียชีวิต 113 ราย รักษาอยู่ 109,022 ราย หายป่วย 10,087 ราย

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

7 ตุลาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 ประจำวันที่ 7 ต.ค.64 ว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 26 ของโลก ประเทศในเอเชียพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องได้แก่ อินเดียอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ญี่ปุ่น บังคลาเทศ และไทย อัตราป่วยต่อประชากร 1 ล้านราย สหรัฐอเมริกา 134,694 ราย สหราชอาณาจักร 117,166 ราย มาเลเซีย 70,049 ราย อินเดีย 24,259 ราย ไทย 23,968 ราย ฟิลิปปินส์ 23,541 ราย อินโดนิเซีย 15,236 ราย อัตราตายต่อประชากร 1 ล้านราย สหรัฐอเมริกา 2,181 ราย สหราชอาณาจักร 2,009 ราย มาเลเซีย 820 ราย อินโดนีเซีย 514 ราย ฟิลิปปินส์ 348 ราย อินเดีย 322 ราย และไทย 249 ราย

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 11,200 ราย ติดเชื้อในประเทศ 11,042 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 20 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,649,434 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,678,297 ราย หายป่วย 10,087 ราย หายป่วยสะสม 1,524,431 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 113 ราย เสียชีวิตสะสม 17,324 ราย คิดเป็น 1.05 % ผู้ป่วยรักษาอยู่ 109,022 ราย ในโรงพยาบาล 39,982 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 69,040 ราย อาการหนัก 3,000 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 715 ราย

 

ผู้รับวัคซีน ฉีดแล้ว 57,387,052โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 268,797 ราย สะสมรวม 33,774,684 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 409,806 ราย สะสมรวม 22,005,722 ราย เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 52,204 ราย สะสมรวม 1,606,646 ราย

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 11,200 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 20 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2,553 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,949 ราย จังหวัดอื่น 67 จังหวัด 6,540 ราย เรือนจำและที่ต้องขัง 138 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยผู้ติดเชื้อในชุมชนรายวันกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่างจังหวัดและภาพรวมประเทศระลอกเม.ย. ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. -7 ต.ค. พบว่า จังหวัดชายแดนใต้ คิดเป็น 18 % ต่างจังหวัด 67 จังหวัดคิดเป็น 59 % กรุงเทพฯและปริมณฑลคิดเป็น 23 %

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ผู้ป่วยเสียชีวิต 113 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 22 ราย สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร รวม 23 ราย นราธิวาส ยะลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี สตูล ตรัง รวม 16 ราย สระบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี จันทบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา ระยอง เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชลบุรี รวม 27 ราย อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี รวม 17 ราย แม่ฮ่องสอน ตาก นครสวรรค์ รวม 8 ราย แบ่งเป็นชาย 67 ราย หญิง 46 ราย ชาวไทย 110 ราย เมียนมา 2 ราย กัมพูชา 1 ราย ค่ามัธยฐานของอายุ 69 ปี (19- 100 ปี) ค่ามัธยฐานทราบติดเชื้อถึงเสียชีวิต 14 วัน นานสุด 48 วัน อายุ 60 ปีขึ้นไป 83 รายคิดเป็น 73 % อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 22 ราย คิดเป็น 19 % ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 7 ราย คิดเป็น 6 % ตั้งครรภ์ 1 ราย คิดเป็น 0.9 % อายุ 19 ปี จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ได้รับวัคซีน ไม่ระบุโรคประจำตัว

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ในส่วนผู้เดินทางจากต่างประเทศรวม 20 ราย เช่น จากประเทศรัสเซีย 2 ราย วันที่ 3 ตุลาคม เพศหญิง 1 ราย อายุ 22 ปี เพศชาย 1 ราย อายุ 31 ปี สัญชาติรัสเซีย ผลพบเชื้อไม่มีอาการ เข้าพัก/รพ. ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ภูเก็ต/โรงพยาบาลเอกชนภูเก็ต จากเมียนมา 1 ราย วันที่ 4 ต.ค. เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ เพศหญิงอายุ 20 ปี สัญชาติไทย ผลพบเชื้อไม่แสดงอาการ เข้าพัก/รพ. โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ราย วันที่ 23 ก.ย. เพศชาย อายุ 68 ปี สัญชาติอเมริกัน ผลพบเชื้อไม่มีอาการ เข้าพัก/รพ. AQชลบุรี/ โรงพยาบาลเอกชนชลบุรี

ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ และสะสมวันที่ 1 เม.ย.ถึง 7 ต.ค. รวมทั้งประเทศ (ยกเว้นผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร) 1,646,507 ราย เป็นในเรือนจำและที่ต้องขัง 70,836 ราย จังหวัดอื่น 48 จังหวัด 345,182 ราย พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 19 จังหวัด 417,112 ราย ภาคใต้ 4 จังหวัด 111,532 ราย รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 701,845 ราย

 

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อ 10 อันดับแรก กรุงเทพมหานคร 1,279 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึง 7 ต.ค. 375,346 ราย สมุทรปราการ 795 ราย สะสมรวม 113,985 ราย ชลบุรี 752 ราย สะสมรวม 91,834 ราย ยะลา 740 ราย สะสมรวม 27,205 ราย สงขลา 596 ราย สะสมรวม 33,355 ราย จันทบุรี 450 ราย สะสมรวม 12,792 ราย ระยอง 398 ราย สะสมรวม 34,192 ราย นราธิวาส 332 สะสมรวม 26,899 ราย ปราจีนบุรี 330 ราย รวม 18,010 ราย และนครศรีธรรมราช 313 ราย สะสมรวม 18,035 ราย

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ขณะที่จังหวัดรายงานผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ มี 2 จังหวัด ติดเชื้อตั้งแต่ 1-10 ราย 12 จังหวัด ติดเชื้อตั้งแต่ 11-50 ราย 20 จังหวัด ติดเชื้อตั้งแต่ 51-100 ราย 12 จังหวัด ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย 31 จังหวัด

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

อย่างไรก็ตามความครอบคลุมของการได้รับวัคซีน จำแนกตามจังหวัดและการได้รับวัคซีนตามเป้าหมายวันที่ 7 ต.ค. พบว่าครอบคลุมประชากรมากกว่า 50 % ดังนี้ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก เพชรบุรี พังงา ภูเก็ต ระนอง ความครอบคลุมประชากรทั้งหมด 40- 49 % ดังนี้ นครปฐม ยะลา สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ระนอง สิงห์บุรี สระบุรี นครราชสีมา กาญจนบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี ตรัง ตราด เชียงใหม่ ลำพูน และอุตรดิตถ์ ส่วนความครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ มากกว่า 70 % ดังนี้ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา พังงา ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี

สุด! กทม.นำอันดับ 1 ไม่เคยตก ศบค. เผย ยอดใหม่ 11,200 รักษาอยู่ 109,022 ดับ 113 ราย

ข่าวล่าสุด