“จาตุรนต์” มองความขัดแย้งในรัฐบาล เหมือนละครน้ำเน่า ส่งผลกระทบเสถียรภาพรัฐบาล จี้นายกฯ-พปชร.เร่งเคลียร์รอยร้าวให้จบ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

6 ตุลาคม 2564 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ของรัฐบาลนั้น มองว่า ไม่มีตำแหน่งว่าง แต่ขึ้นอยู่กับการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตั้งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ ก็ได้ แต่การที่ยังไม่ตั้งรัฐมนตรีใหม่ แต่มีคำสั่งนายกฯ ให้รองนายกรัฐมนตรีดูแลงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนรัฐมนตรี แม้จะยกเลิกคำสั่งแล้ว ก็แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำพรรค

 

ทั้งนี้ เห็นว่าไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง เพราะเป็นความขัดแย้งในเชิงอำนาจผลประโยชน์ มีความโกรธแค้นต่อกัน จากการที่ล้ม หรือมีการปลดกัน ในลักษณะของการแก้แค้น และยังไม่ได้มีการเคลียร์กัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเสถียรภาพทางการเมือง และในรัฐบาล จึงเชื่อว่าไม่มีทางที่จะเกิดความราบรื่นในการบริหารงาน รวมทั้งยังเห็นภาพการแสดงกำลังของแต่ละฝ่าย ในการลงพื้นที่ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน

 

“จาตุรนต์”เปรียบขัดแย้งรัฐบาลเวลานี้เหมือนละครน้ำเน่า

 

 

“ยังทำให้รัฐมนตรี ข้าราชการไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะต้องคอยระวัง ว่ากำลังจะไปอยู่ในซีกไหนในความขัดแย้งนี้ และแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นนอนของอายุรัฐบาล จึงคิดว่าทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำรัฐบาล ควรรีบหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว เพื่อมีเวลา และมีสมาธิในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งน้ำท่วม ปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นเรื่องใหญ่กระทบกับคนหลายล้านคนแต่รัฐบาลยังเสียงเวลากับการชิงไหวชิงพลิบล้างแค้นกันอยู่” นายจาตุรนต์ กล่าว

 

 

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่นั้น ยอมรับว่าไม่มีใครทราบล่วงหน้า แต่ทั้งหมด คือ ความไม่แน่นอน เพราะไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะจัดการความสัมพันธ์ การร่วมมือกันได้ดีแค่ไหน ระหว่างนายกฯกับพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อว่าหากไม่ลงตัว เปิดสภาฯมา จะต้องลุ้นในทุกการออกกฎหมายที่สำคัญ ว่าจะมีการแจกกล้วยอีกหรือไม่ และต้องจับตาดูว่าจะมีการทำอะไรที่ซ่อนเร่นที่ห้องน้ำหรือไม่ เพื่อให้ผ่านกฎหมาย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นสภาฯก็จะมีปัญหาไปด้วย

 

สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่นั้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นหนึ่งในผู้สร้างพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับ 3ป. และพรรคพลังประชารัฐก็สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แต่เกิดการพัฒนากลายเป็นความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งเป็นความขัดแย้งเสมือนละครน้ำเน่าและมากกว่าเรื่องหลักการอุดมการณ์ หรือนโยบายใดๆ