นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ เลขาธิการพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองต่างๆ พากันชูหัวหน้าพรรคฯ หรือบุคคลที่เหมาะสมว่ามีคุณสมบัติเพียงพอในการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคีย์แมนคนสำคัญในรัฐบาลพยายามจะบอกว่า จะอยู่จนครบวาระในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 แต่บรรยากาศในช่วงนี้กลับมีความคึกคักของพรรคการเมืองต่างๆ ในการประกาศตัวบุคคลเพื่อจะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและวางเป้าหมายที่นั่ง ส.ส. กันอย่างเอิกเกริก ซึ่งถ้าพรรคไทยศรีวิไลย์ยังนิ่งนอนใจแล้วไปเตรียมตัวเตรียมผู้สมัครฯ กันอย่างเร่งรีบในระยะเวลาไม่กี่วันแล้ว ตนคาดว่า พรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ทั้งบนดินและใต้ดินในการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา ก็จะได้เปรียบมากกว่าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ยึดมั่นในอุดมคติของการปกครองระบอบประชาธิปไตยและตั้งใจว่าจะไม่ซื้อเสียงเพื่อจูงใจประชาชน ดังนั้น เพื่อเป็นการประกาศความพร้อมและไม่ให้ตกกระแสนิยม
ตนจึงขอประกาศว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมแล้วที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เนื่องจากว่า นายมงคลกิตติ์ มีความเหมาะสมทุกด้าน ทั้งด้านคุณวุฒิ เพราะจบ เตรียมวิศวะ จบ ป.ตรี วิศวะไฟฟ้า จบ ป.โท ด้านการเมืองการปกครอง มีความสามารถด้านการคำนวณตัวเลขทางเศรษฐกิจผิดพลาดน้อยมาก แม่นยำ คาดการณ์ไม่พลาด เพราะเคยเป็น อาจารย์สอน ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ เคมี มาก่อน มาดูที่ วัยวุฒิ คือ อายุไม่มากไม่น้อยเกินไป เพียง 40 ปี เป็น หัวหน้าพรรคมา 3 ปี เป็น ส.ส. มา 2 ปีครึ่ง สุขภาพแข็งแรง สู้งาน สมองไว ปราดเปรียว ทั้งประสบการณ์งานด้านการตรวจสอบการทุจริตกว่า 10 ปี