สำหรับบรรยากาศการเจรจา ระหว่างนายสิทธิ์(นามสมมุติ) และ น.ส.เกตุ (นามสมมุติ) เป็นไปอย่างตรึงเครียดท่ามกลางชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมากต่างฝ่ายต่างว่ากล่าวซึ่งกันและกัน โดย น.ส.เกตุ(นามสมมุติ)ยังคงนั่งพูดคุยอยู่ในรถ ส่วนนายธนสิทธิ์ ได้ส่งเสียงดังว่า "ไหนว่าจะมาหาพี่ แล้วจะหนีพี่ทำไม รถก็ซื้อให้ เอาจำนำก็ไปเอาออกมาให้ 5 หมื่น” และขอให้ น.ส.เกตุ(นามสมมุติ) ลงมาจากรถเพื่อมาพูดคุยกัน แต่เธอไม่ยอมลงจากรถแต่อย่างใด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเกลี้ยกล่อมให้ลงมาจากรถเพื่อมาคุยกัน แต่ น.ส.เกตุ (นามสมมุติ) ยังยืนยันไม่ขอลงรถแต่อย่างใด
ระหว่างนั้น นายสิทธิ์(นามสมมุติ) กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อปีที่แล้วขอให้ซื้อรถยนต์ และทองคำให้เพื่อไว้เป็นของหมั้นตนก็ซื้อให้ กำหนดเดือน 6 ปีที่แล้ว ว่าจะทำพิธีผูกแขนแต่งงานกัน แต่ถูกบ่ายเบี่ยง หลบหน้าตามาโดยตลอด ซึ่งทุกครั้งที่หายหน้าไปจะให้ตนโอนเงินไปให้ตลอด ซึ่งตนโดนหลอกมาโดยตลอด ให้ตนโอนเงินให้อย่างเดียว รถยนต์คันนี้ตนก็ซื้อให้เป็นเงินสดในราคา 170,000 บาท นำเอาไปให้กับพ่อฝ่ายหญิง และให้เป็นชื่อของฝ่ายหญิง เพื่อความสบายใจ ตน กับ น.ส.เกตุ (นามสมมุติ) คบหากันมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ฝ่ายหญิงไปๆมาๆ คือนานๆจะมาสักครั้ง ซึ่งเรื่องเงินตนจะโอนให้ตลอดหากมีการร้องขอมา ซึ่งตนช้ำใจมากที่มาทำแบบนี้ กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถนำตัวทั้งคู่มาพูดคุยกันได้เนื่องจากฝ่ายหญิงไม่ยอมลงมาจากรถเพื่อเจรจา ส่วนฝ่ายชายมีท่าทีว่าจะขึ้นไปบนรถให้ได้ จึงได้เกลี้ยกล่อมให้ทั้งคู่ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจ โดยต่างคนต่างไป
พ.ต.ท.นิกร ใบเนียม สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร กล่าวว่า เหตุการณ์ในกรณีดังกล่าวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถรับแจ้งความ หรือคำร้องทุกข์ต่างๆได้ เพราะหากฝ่ายชายจะแจ้งว่าฝ่ายหญิงหลอกลวงต่างๆได้นั้น จะต้องมีพยานหลักฐานต่างๆให้ชัดเจนว่าถูกหลอก ซึ่งอย่างกรณีรถยนต์ที่ฝ่ายชายซื้อให้ฝ่ายหญิงนั้นและโอนให้เป็นชื่อของฝ่ายหญิงแล้วอาจจะเป็นการให้โดยเสน่หา ส่วนจะให้ตำรวจบังคับให้ฝ่ายหญิงไปอยู่กินกับฝ่ายชายก็ไม่ได้ ทั้งนี้ก็ขอแนะนำให้ฝ่ายชายที่กล่าวว่าโดนฝ่ายหญิงหลอกไปหาหลักฐานฟ้องทางแพ่งต่อไป ซึ่งหลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งคู่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และแยกย้ายกันกลับ
น.ส.เกตุ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนยอมรับว่า นายสิทธิ์(นามสมมุติ) เป็นคนที่ดูแลตนมาเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว แต่ว่าเขาเป็นคนโมโหร้าย รุนแรง ตนไม่คิดว่าจะมาอยู่ตั้งหลักปักฐานกับเขา และในวันนี้ตนคิดจะหนีจริงๆ เพราะเขาจะให้ตนอยู่กับเขาเลยไม่ให้ไปไหน ที่ผ่านมานานๆครั้งที่ตนจะมาหาเขา ซึ่งตัวเขาเองก็มีเด็กที่เลี้ยงไว้จำนวนมาก ยังเคยคุยว่าโอนไปให้คนนั่นคนนี้ ส่วนที่เขาให้เงินนั้นตนก็เอา และเรื่องรถยนต์ตนคงไม่คืนให้เพราะสิ่งที่ตนเสียไปมันมากกว่า และที่สำคัญ เขาได้โอนรถยนต์คันนี้เป็นชื่อตนแล้ว สรุปตนจะไม่หวนไปหาเขาอีก
นายสิทธิ์(นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนโดนหลอกให้ซื้อรถเก๋งเพื่อเป็นของหมั้น พร้อมทั้งทองเอาไว้ผูกแขนในเดือน 6 ปีที่แล้ว แต่เขาก็หนีตนไปเรื่อยๆจนมาวันนี้มาเจอกันเพื่อที่จะมาเอาเงินที่ตนอีก 1 หมื่นบาท เนื่องจากตนบอกไปว่าตนถูกหวย เขาถึงมาในวันนี้และฝ่ายหญิงเป็นคนโทรมาหาตนเอง ว่าจะมาหาและอยู่ด้วย สำหรับตนและ น.ส.เกตุ (นามสมมุติ) คบกันมา ปีกว่าๆทุกครั้งที่โทรขอเงินก็บอกจะมาอยู่ด้วยแต่ก็บ่ายเบี่ยงไม่มาสักครั้งและสำหรับในวันนี้เขาโทรมาเอง และเดินทางมาหาตนเอง ตนไม่ได้บังคับอย่างที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้างกับทางตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งต่อจากนี้ไปตนก็คงต้องทำใจสักพักค่อยว่ากันต่อไปจะเอาอย่างไร
โดย พิพัฒน์ จงมีความสุข / กำแพงเพชร