ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ จับตาเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร และบริเวณจุดเสี่ยงหรือพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมชังอยู่ พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้อยู่เกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำ และเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ
สำหรับคลองชายทะเลให้พร่องน้ำโดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ รวมไปถึงการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ มีการติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังขอให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ และระบบสื่อสารสำรอง ให้สามารถปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้มากที่สุด