“สำหรับการจะเลือกซื้อโทเคนสิริฮับ A หรือสิริฮับ B นั้น ขอให้นักลงทุนพิจารณาเงื่อนไขผลตอบแทนให้ละเอียด เนื่องจากทั้งสองตัวต่างมีข้อดีที่แตกต่างกัน หากเทียบส่วนแบ่งรายไตรมาสต่อปี สิริฮับ B จะมอบส่วนแบ่งรายไตรมาสที่ 8% ต่อปี1 ในขณะที่สิริฮับ A ได้รับ 4.5% ต่อปี1 แต่สิริฮับ A มีความพิเศษคือ หลังจบโครงการระยะ 4 ปี ผู้ถือสิริฮับ A จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายโครงการสิริแคมปัสก่อนผู้ถือสิริฮับ B ซึ่งความพิเศษนี้ทำให้ผู้ถือสิริฮับ A รู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในระหว่างการถือครองโทเคน 4 ปีนั้น ทั้งสองกลุ่มจะได้รับผลตอบแทนรายไตรมาสตามที่ระบุไว้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในปัจจุบันหลายเท่าตัว สิ่งนี้คือดอกผลที่ผู้ถือโทเคนทั้งสองกลุ่มจะได้รับอย่างแน่นอน และเมื่อครบกำหนดอายุโครงการ 4 ปี หลังการประมูลขายกลุ่มอาคารสำนักงาน สิริ แคมปัส เสร็จสิ้น ผู้ลงทุนที่ถือสิริฮับ A จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายมูลค่า 1,600 ล้านบาทแรกก่อนผู้ถือสิริฮับ B ซึ่งจะได้รับส่วนที่เกินจาก 1,600 ล้านทั้งหมด ซึ่งจากการประเมินมูลค่าที่ดินมีโอกาสสูงมากที่จะขายทรัพย์สินโครงการได้เกิน 2,400 ล้านบาท เท่ากับว่าผู้ถือสิริฮับ B มีสิทธิ์ลุ้นอัพไซด์ในปีที่ 4” นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อได้รับการจัดสรรโทเคนแล้ว ยังสามารถนำไปซื้อ-ขายได้ในตลาดรอง ซึ่งเอ็กซ์สปริง ดิจิทัล ได้จับมือกับ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่นักลงทุนสามารถมั่นใจได้ถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
“โค้งสุดท้ายสำหรับนักลงทุนและประชาชนที่สนใจลงทุนอย่างมั่นคงปลอดภัยกับ ‘สิริฮับ โทเคน’ สามารถจองซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชัน XSpring ทั้งระบบ iOS และ Android ก่อนปิดการขายในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เวลา 15.30 น. เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เพราะในแง่ของการลงทุน นักลงทุนที่เล็งเห็นและคว้าโอกาสลงทุนแต่เนิ่น ๆ แบบ Early bird ย่อมมีโอกาสในการสร้างรายรับและผลตอบแทนที่แน่นอนและมั่นคงสูงกว่าการเข้าไปซื้อในตลาดรอง” นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กล่าวสรุป