ที่สำคัญ เก้าอี้ ส.ส.ที่พรรคประชาธิปัตย์หายไป เช่น สูญพันธุ์ใน กทม. ปรากฏว่าพรรคพลังประชารัฐ กวาดไปถึง 12 เก้าอี้จากทั้งหมด 30 เก้าอี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของ "เสี่ยตั้น" ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็เป็นศิษย์เก่าประชาธิปัตย์นั่นเอง
เช่นเดียวกับภาคใต้ 50 เขต ปกติประชาธิปัตย์ต้องกวาดเกือบยกภาค พลาดไม่กี่เก้าอี้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หนนี้ต้องเสียที่นั่ง ส.ส.ไปให้พลังประชารัฐถึง 13 ที่นั่ง และยังบวกอีก 1 เป็น 14 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชาธิปัตย์ มี ส.ส.ใต้แค่ 21 ที่นั่ง ต่ำกว่าครึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นพรรคขวัญใจคนใต้
เมื่อเร็วๆ นี้พรรคประชาธิปัตย์ทำโพล กันเป็นการภายใน วัดคะแนนนิยมของพรรคตัวเอง และพรรคอื่นๆ ปรากฏว่าคะแนนของประชาธิปัตย์ขาขึ้น เพื่อไทยก็เช่นกัน ส่วนพลังประชารัฐขาลง โดยเฉพาะในภาคใต้ และ กทม. ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่า ถ้ามีเลือกตั้ง พรรคจะกลับมาผงาด จึงเร่งสร้างผลงานผ่านกระทรวงที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพาณิชย์ กับเกษตรฯ อย่างเต็มกำลัง รัฐมนตรีเดินสายลงพื้นที่กันคึกคัก ทั้ง นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และหัวหน้าจุรินทร์
ก่อนหน้านี้ไม่นาน หัวหน้าจุรินทร์ ไปทัวร์ภาคใต้ 4 จังหวัด พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในพื้นที่สำคัญๆ โดยเฉพาะจ.ภูเก็ต ที่พลาดท่าโดนพลังประชารัฐยึดไป เลือกตั้งหนหน้า จึงประกาศล่วงหน้าว่า ปชป.ต้องชนะยกจังหวัด ขณะที่หัวหน้าจุรินทร์ มีคิวเดินสายภาคเหนือด้วย
เมื่อวิเคราะห์ถึงการฮุบงานกระทรวงเกษตรฯ 4 กรม ไปให้ "บิ๊กป้อม" ดูแล เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาในพรรคพลังประชารัฐจริงๆ
แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เมื่อพลังประชารัฐ กับประชาธิปัตย์ เป็นคู่แข่งกันเองแบบนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่า "นี่คือละคร" เป็นแผนซ้อนแผนเพื่อฮุบงานกระทรวงเกษตรฯ จะพรรคคู่แข่งสำคัญ ในช่วงที่หลายฝ่ายเชื่อว่า "ใกล้เลือกตั้ง" แบบนี้
เพราะต้องไม่ลืมว่าครั้งก่อน เมื่อไม่นานมานี้ ช่วงที่นายกฯมีนโยบายตั้งรัฐมนตรีไปขับเคลื่อนงานในทุกพื้นที่ของประเทศ ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนให้ผู้กองธรรมนัส จากพื้นที่ภาคเหนือบ้านเกิด มาดูแลจังหวัดสงขลา และภาคใต้ตอนล่างมาแล้ว โดยดีด นายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งบ้านเกิดอยู่สงขลา ไปดูแลพื้นที่อื่น
ครั้งนั้น นายจุรินทร์ ต้องออกมาโวย จนนายกฯยอมแก้
นี่คือเกมซ้อนเกมที่ต้องจับตาให้ดีว่า เป็นแค่ฉากละครเพื่อเล่นงานกันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่
ที่สำคัญ สัญญาณการเมืองตอนนี้ ชัดจริงๆ ว่าใกล้เลือกตั้ง เพราะกลุ่มก๊วนการเมืองพากันเช็คกระแส ดึงคนเข้าพรรค เข้ากลุ่มกันอย่างคึกคัก อย่างอดีต ส.ส.เหนือคนหนึ่ง เล่าว่า วันๆ มีคนโทรหา ทั้งผู้กองธรรมนัส ทั้งกลุ่มสามมิตร ทั้งพรรคปลัดฉิ่ง ทั้งพรรคเพื่อไทย และสุดท้ายประชาธิปัตย์ก็ยังโทร เพื่อชักชวนให้ไปอยู่กับพรรคตัวเอง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เชื่อว่า การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามาได้อย่างไร
เพราะอุบัติเหตุการเมืองก็รออยู่มากมาย และโค่นนายกฯได้ทุกนาที