เนชั่นทีวี

ข่าว

เหตุผลประชาธิปัตย์กับอาการ "ควันออกหู" ถูกยึด 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ

30 ก.ย. 2564 | chairat_pat

เหตุผลประชาธิปัตย์กับอาการ "ควันออกหู" ถูกยึด 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ

ผลสะเทือนจากการแก้ปัญหาภายในพลังประชารัฐ แต่กลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ แถมเป็นปัญหาข้ามพรรค เพราะ นายจุรินทร์ ออกอาการโกรธ หลังมีมติครม. แตะ 4 กรม ในกระทรวงเกษตรฯ ที่ประชาธิปัตย์ควรต้องดู ดึงไปให้ "บิ๊กป้อม" ถึงขั้นมีข่าว "ควันออกหู"

หากมาจับอาการทำไมหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึงต้องโกรธจัด เมื่อมาดูเหตุผล คือ 

 

1.อย่างที่บอกไปแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำกัน เพราะทั้งเสียมารยาท และไม่ไว้หน้าพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน 

 

2.กระทรวงเกษตรฯ คือ กระทรวงที่จะสร้างคะแนนนิยมให้กับประชาชนชาวรากหญ้า ยิ่งในช่วงที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า "ใกล้ยุบสภา" แบบนี้ งานของกระทรวงเกษตรฯถือว่าสำคัญ เพราะดูแลเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 8 ล้านครอบครัว เกือบๆ 10 ล้านคน จึงเป็นฐานคะแนนขนาดใหญ่ของพรรคการเมือง

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์

 

ประชาธิปัตย์ถือว่าโชคดี ได้คุมกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลงาน เพื่อสร้างคะแนนนิยมในหมู่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ทั้งนายจุรินทร์ และแกนนำพรรค ก็พยายามโชว์ผลงานผ่านสื่อให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

3.พรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะอยู่ร่วมรัฐบาล แต่เนื้อแท้แล้วคือ "คู่แข่งทางการเมือง" ที่สำคัญที่สุดของกันและกัน เนื่องจากใช้ฐานคะแนนเดียวกัน คือ "กลุ่มไม่เอาทักษิณ" และ "รักสถาบัน" 

 

เหตุผลประชาธิปัตย์กับอาการ "ควันออกหู" ถูกยึด 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ

 

ย้อนดูผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศ 11.4 ล้านคะแนน ซึ่งเติบโตมาจากราวๆ 9 ล้านคะแนนในการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น ตามสัดส่วนจำนวนโหวตเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 

 

ต่อมาในการเลือกตั้งเที่ยวล่าสุด ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนลดลงเหลือ 3.9 ล้านคะแนน  คะแนนที่เหลืออีกราวๆ 8 ล้านคะแนนหายไป แต่ไม่ได้ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคฝั่งรักทักษิณ เพราะคะแนนนี้ไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนนเสียงจากทั่วประเทศ 8.4 ล้านคะแนน เมื่อนำมาบวกกัน ก็ใกล้เคียงกับ 11 ล้านกว่าๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้เมื่อปี 2554 นี่คือหลักฐานว่า 2 พรรคนี้คือคู่แข่งกัน 

ที่สำคัญ เก้าอี้ ส.ส.ที่พรรคประชาธิปัตย์หายไป เช่น สูญพันธุ์ใน กทม. ปรากฏว่าพรรคพลังประชารัฐ กวาดไปถึง 12 เก้าอี้จากทั้งหมด 30 เก้าอี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของ "เสี่ยตั้น" ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็เป็นศิษย์เก่าประชาธิปัตย์นั่นเอง 

 

เหตุผลประชาธิปัตย์กับอาการ "ควันออกหู" ถูกยึด 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ

 

เช่นเดียวกับภาคใต้ 50 เขต ปกติประชาธิปัตย์ต้องกวาดเกือบยกภาค พลาดไม่กี่เก้าอี้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หนนี้ต้องเสียที่นั่ง ส.ส.ไปให้พลังประชารัฐถึง 13 ที่นั่ง และยังบวกอีก 1 เป็น 14 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชาธิปัตย์ มี ส.ส.ใต้แค่ 21 ที่นั่ง ต่ำกว่าครึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นพรรคขวัญใจคนใต้ 

 

เมื่อเร็วๆ นี้พรรคประชาธิปัตย์ทำโพล กันเป็นการภายใน วัดคะแนนนิยมของพรรคตัวเอง และพรรคอื่นๆ ปรากฏว่าคะแนนของประชาธิปัตย์ขาขึ้น เพื่อไทยก็เช่นกัน ส่วนพลังประชารัฐขาลง โดยเฉพาะในภาคใต้ และ กทม. ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่า ถ้ามีเลือกตั้ง พรรคจะกลับมาผงาด จึงเร่งสร้างผลงานผ่านกระทรวงที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพาณิชย์ กับเกษตรฯ อย่างเต็มกำลัง รัฐมนตรีเดินสายลงพื้นที่กันคึกคัก ทั้ง นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และหัวหน้าจุรินทร์ 

 

เหตุผลประชาธิปัตย์กับอาการ "ควันออกหู" ถูกยึด 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หัวหน้าจุรินทร์ ไปทัวร์ภาคใต้ 4 จังหวัด พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในพื้นที่สำคัญๆ โดยเฉพาะจ.ภูเก็ต ที่พลาดท่าโดนพลังประชารัฐยึดไป เลือกตั้งหนหน้า จึงประกาศล่วงหน้าว่า ปชป.ต้องชนะยกจังหวัด ขณะที่หัวหน้าจุรินทร์ มีคิวเดินสายภาคเหนือด้วย 

 

เมื่อวิเคราะห์ถึงการฮุบงานกระทรวงเกษตรฯ 4 กรม ไปให้ "บิ๊กป้อม" ดูแล เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาในพรรคพลังประชารัฐจริงๆ

 

แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เมื่อพลังประชารัฐ กับประชาธิปัตย์ เป็นคู่แข่งกันเองแบบนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่า "นี่คือละคร" เป็นแผนซ้อนแผนเพื่อฮุบงานกระทรวงเกษตรฯ จะพรรคคู่แข่งสำคัญ ในช่วงที่หลายฝ่ายเชื่อว่า "ใกล้เลือกตั้ง" แบบนี้

 

เพราะต้องไม่ลืมว่าครั้งก่อน เมื่อไม่นานมานี้ ช่วงที่นายกฯมีนโยบายตั้งรัฐมนตรีไปขับเคลื่อนงานในทุกพื้นที่ของประเทศ ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนให้ผู้กองธรรมนัส จากพื้นที่ภาคเหนือบ้านเกิด มาดูแลจังหวัดสงขลา และภาคใต้ตอนล่างมาแล้ว โดยดีด นายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งบ้านเกิดอยู่สงขลา ไปดูแลพื้นที่อื่น

 

ครั้งนั้น นายจุรินทร์ ต้องออกมาโวย จนนายกฯยอมแก้

 

นี่คือเกมซ้อนเกมที่ต้องจับตาให้ดีว่า เป็นแค่ฉากละครเพื่อเล่นงานกันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

 

ที่สำคัญ สัญญาณการเมืองตอนนี้ ชัดจริงๆ ว่าใกล้เลือกตั้ง เพราะกลุ่มก๊วนการเมืองพากันเช็คกระแส ดึงคนเข้าพรรค เข้ากลุ่มกันอย่างคึกคัก อย่างอดีต ส.ส.เหนือคนหนึ่ง เล่าว่า วันๆ มีคนโทรหา ทั้งผู้กองธรรมนัส ทั้งกลุ่มสามมิตร ทั้งพรรคปลัดฉิ่ง ทั้งพรรคเพื่อไทย และสุดท้ายประชาธิปัตย์ก็ยังโทร เพื่อชักชวนให้ไปอยู่กับพรรคตัวเอง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เชื่อว่า การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามาได้อย่างไร

 

เพราะอุบัติเหตุการเมืองก็รออยู่มากมาย และโค่นนายกฯได้ทุกนาที

ข่าวล่าสุด