เปิดคำพิพากษาศาลอาญา คดีขอออกโฉนดในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และป่าสงวนแห่งชาติเขารวก เขาเมือง เนื้อที่ 93 ไร่ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ศาลสั่งจำคุก 10 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 800 ล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

30 กันยายน 2564 นายชีวภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในอุทยานแห่งชาติสิรินาถโดยมิชอบ ว่า เมื่อปี 2555 ตนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และตรวจพบว่า เมื่อปี 2554 มีการขอออกโฉนด เนื้อที่ 93 ไร่ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท 

 

การออกเอกสารสิทธิดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะไม่ปกติ และ มีความน่าสงสัยหลายประเด็น ทั้งความลาดชันของพื้นที่ และสภาพพื้นที่ที่ออกโฉนด รวมทั้งหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ หลังจากนั้นก็ได้ตรวจสอบเบื้องต้นจากกรมที่ดิน

เปิดคำพิพากษาคดีรุกป่าอุทยานฯสิรินาถ คุก10ปีให้ชดใช้รัฐ800ล้าน

วันที่ 14 ส.ค. 2555 กรมอุทยานฯ ได้ยื่นเรื่องไปยัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ให้ตรวจสอบการออกโฉนดแปลงดังกล่าว ครอบครองที่ดินคาบเกี่ยวพื้นที่อุทยานสิรินาถ และป่าสงวนแห่งชาติเขารวก – เขาเมือง จากนั้น DSI  ได้สอบสวนสืบสวน จนพบว่ามีการกระทำความผิดทางอาญา และ รับเป็นคดีพิเศษ ที่ 19/2558 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2557 

 

โดยในการสอบสวนกรณีการออกเอกสารสิทธิตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 42053 และ 42054 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่รวม 93 ไร่ อ้างหลักฐานการครอบครอง ส.ค.1 เพื่อใช้ประกอบในการขอออกโฉนดที่ดิน 

 

แต่จากสอบสวนพบว่า เอกสาร ส.ค.1 ที่ใช้กล่าวอ้างเป็นที่ดินคนละพื้นที่กับจุดที่มีการออกโฉนดที่ดิน และจากการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศโดยผู้เชี่ยวชาญ DSI พบว่าที่ดินมีสภาพเป็นป่า 

เปิดคำพิพากษาคดีรุกป่าอุทยานฯสิรินาถ คุก10ปีให้ชดใช้รัฐ800ล้าน

ในทางคดีพบมีการทำเป็นขบวนการ ทั้ง บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหลายคน และเป็นความผิดหลายฐานความผิด

จากการสอบสวน อธิบดี DSI มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คน โดยพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงนี้คือ นายประภาส แซ่อ๋อง ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนจำเลยที่ 2 ชื่อนายนิคม (ไม่ทราบนามสกุล) เสียชีวิตแล้ว จำเลย ที่ 3 คือ นายอเนก ลีประชา ซึ่งเป็นนักล็อบบี้ยิสต์ ในการซื้อขายที่ดินและการวิ่งเต้นออกโฉนดที่ดินจำนวนหลายแปลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ศาลลงโทษจำคุก จำเลยที่ 4 คือ นางชมชนก และ จำเลยที่ 5 เป็นนิติบุคคล ซึ่งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ศาลยกฟ้องเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการออกโฉนด เป็นผู้ที่ซื้อที่ดินต่อมา

 

ขณะ ที่นายไพบูลย์ เอกไพบูลย์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและเสียชีวิตแล้ว นายบำรุง วงศ์ชุมพิศ ป่วยหนัก อายุ 90 กว่า นอนติดเตียงไม่สามารถมาต่อสู้คดีได้ ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดดังกล่าว

 

อธิบดี DSI จึงมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คน ในความผิดฐาน 1.ร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ 2.ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออาศัยในที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้ยึดถือครอบครองเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่

 

3.ร่วมกันเข้ายึดถือครอบครองป่าที่ไม่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยได้ยึดถือครอบครองเป็นเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ เป็นการทำลาย ทำให้เสียหาย เสื่อมสภาพแก่อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าและที่ดินของรัฐ และไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย

 

4.ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และ 5.แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 

 

อธิบดี DSI ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และต่อมา พนักงานอัยการ ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยต่อศาลอาญา

 

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.62 ศาลอาญา พิพากษาคดีนายทุนบุกรุกที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ให้ นายอเนก ลีประชา (ประชา) นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 72 ตรี วรรคสอง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16(1), 24 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 (เดิม), 268 วรรคแรก (เดิม), 83 

 

การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันเข้ายึดถือครอบครองป่าและที่ดิน เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามฐานร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยกระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงาน ผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 15 ปี

 

ทางนำสืบในชั้นพิจารณานับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 800 ล้าน และมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ 3 กับพวก ออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่า และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 42053, 48252, 48253, 42054 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ยกฟ้องข้อหาอื่น และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5

 

สำหรับคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายราย เสียชีวิตในระหว่างการดำเนินคดี 2 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 1 ราย และ ถูกดำเนินคดี 1 ราย


นายชีวะภาพ บอกว่า แม้จะมีการปลอมแปลงเอกสารส.ค. 1 ได้แนบเนียนแค่ไหน ก็ยังมีช่องโหว่บางประเด็นที่ไม่สามารถปลอมหรือเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เอกสารที่ระบุว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัย แต่จากการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศกลับไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ที่ดินแต่อย่างใด นอกจากนั้นการแก้ไขมุมสัมพันธ์ที่ดินก็ไม่สามารถแก้ได้

 

จากประวัติการเดินสำรวจป่าสงวนแห่งชาติเขารวก เขาเมือง เพื่อขอออกเอกสารสิทธิ จากการเดินสำรวจ พบข้อมูลในสมุดจดบันทึกการรังวัดที่ดินของเจ้าหน้าที่ดิน ไม่มีการระบุว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสวนของใคร แต่กลับมีการระบุว่าเป็นพื้นที่ป่า ซึ่งหลักฐานต่างๆที่มีการเก็บรวบรวมจากการบูรณาการ การทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความชัดเจนและสามารถใช้เป็นหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่บุกรุกที่ดินแหลงดังกล่าวซึ่งผู้ร่วมขบวนการใช้วิธีทั้งปลอม และบินมาสวมเพื่อออกโฉนดที่ดินจำนวน 93 ไร่ ได้ในที่สุด

 

นอกจากนั้น การตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าว ยังนำไปสู่การตรวจสอบที่ดินแปลงติดกันอีก 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ ซึ่งดำเนินการออกเอกสารในนามของแม่บ้านของผู้ขอออกเอกสารสิทธิแปลง 93 ไร แต่แปลงนี้ไม่ซับซ้อนเนื่องจากเอกสารส.ค.1 ที่นำมาขอเป็นเอกสารที่บินมาจากอีกฝั่งของภูเขามาลงในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเจ้าของ ส.ค. 1 ตัวจริง เคยนำไปขอออกเอกสารสิทธิมาแล้ว เมื่อมีการนำไปออกเอกสารสิทธิใหม่พบว่าหลังฐานตัวเดียวกันจึงมีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย และมีการเพิกถอนการออกโฉนดไปแล้ว

 

สำหรับการบุกรุกป่าไม้ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถทางเจ้าหน้าที่ยังดำเนินการตรวจสอบและตามเช็คบิลในส่วนของผู้บุกรุกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาดำเนินคดีไปแล้วหลายราย และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีอีกหลายราย