อีกหนึ่งคดีใหญ่ที่น่าสนใจ ก็คือ การบุกจับผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง เป็นการแฮกข้อมูลของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการได้ถึง 7 คน "เนชั่น ทีวี" จะมาเจาะลึกถึงขั้นตอนและวิธีการในการโกงคิวฉีดวัคซีนของขบวนการนี้กัน

การบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า โดยตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย ประกอบด้วย นางสาว ภคมน หอมภักดิ์ นายวิชญพงศ์ ธีรอังคณานนท์ นางสุรีนาฎ ปัทมวิชัยพร นายจุมพล ศรียาภัย นางสาวบัณฑิตา รุ่งสว่าง นางสาวกรรติมา ยางทอง และ นายหทัยชนก บริรักษ์ โดยตำรวจแจ้งข้อหาฉ้อโกงและร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์  หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้ทำการแฮกข้อมูล เพื่อเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมรายชื่อผู้มีสิทธิที่จะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์  

 

 

สำหรับรูปแบบการทำงานของแก๊งโกงคิวฉีดวัคซีน จะมีการแบ่งหน้าที่ของแต่ละคนอย่างชัดเชน เริ่มมาจากที่ตัวของนางสาว ภคมน ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายวิชญพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ทำการลักลอบนำรายชื่อญาติและคนใกล้ชิดใส่เข้าไปในระบบที่รับการฉีดวัคซีนแบบเร่งด่วน เมื่อเห็นว่าตัวเองลักลอบนำรายชื่อคนใกล้ชิดใส่เข้าไปในระบบได้ และสามารถทำเป็นช่องทางทำเงินได้ ผู้ต้องหาทั้งสองคน จึงได้โพสต์ข้อความเชิญชวนหากลุ่มลูกค้าในแอปพลิเคชั่นต่างๆ อย่าง ทวิสเตอร์  เฟสบุ๊ค และช่องทางออนไลน์อื่นๆ 

 

 

นอกจากนี้ ยังได้ชักชวนผู้ต้องหาคนที่ 3 ถึง 7 ซึ่งก็เป็นคนใกล้ชิดตัวเองให้หาทำหน้าที่หากลุ่มลูกค้า โดยจะใช้วิธีการหาลูกค้าตามช่องทางออนไลน์ และชักชวนกันแบบปากต่อปาก โดยคิดค่าลงทะเบียนสูงสุดคือ รายละ 1,000 บาท ซึ่งจะมีการหักค่าหัวคิวที่เป็นเงินค่าลงทะเบียนให้กับ นางสาว ภคมน และ นายวิชญพงศ์ รายชื่อละ 200 - 300 บาท ซึ่งมีประชาชนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก สร้างมูลค่าความเสียหายถึง 7 ล้านบาท

หลังการเข้าบุกค้นจับกุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ลงมือเพิ่มรายชื่อผู้มีสิทธิฉีดวัรซีนเข้าไปยังระบบไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ใช้ลงมือก่อเหตุ

 

 

โดยหนึ่งในผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ตัวเองลงมือทำความผิดจริง แต่ขอยืนยันว่า การกระทำของตัวเองไม่ได้เป็นการตัดโควตาของประชาชน เพราะในแต่ละวันผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือจะมีโควต้าในการใช้ลงทะเบียน ตนจึงใช้ช่องว่างตรงนั้น ไปทำการลักลอบลงทะเบียนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการกระจายวัคซีน ส่วนเงินที่ได้มานั้น ตนเองได้นำไปใช้จ่ายหนี้สินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ประกอบกับรายได้ที่มีเพียงวันละ 500 บาท ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ