นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมน้ำตกพนมรุ้งสายธารจากมหาเทวาลัย
26 ก.ย. 2564

นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมน้ำตกพนมรุ้งจ.บุรีรัมย์ ที่ได้ชื่อว่า สายธารมหาเทวาลัยจากแหล่งภูเขาไฟที่มอดดับสนิทแล้ว หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวช่วงหน้าฝน
ข่าว
26 ก.ย. 2564

นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมน้ำตกพนมรุ้งจ.บุรีรัมย์ ที่ได้ชื่อว่า สายธารมหาเทวาลัยจากแหล่งภูเขาไฟที่มอดดับสนิทแล้ว หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวช่วงหน้าฝน
26ก.ย.64 หลังจากที่ เพจFacebook ของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจ.บุรีรัมย์ ได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตกเขาพนมรุ้ง ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของปราสาทพนมรุ้ง ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งหนึ่งปีจะมีเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น
ก็ได้มีประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัด และนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด ทยอยเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมและถ่ายรูปน้ำตกเขาพนมรุ้งอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้จะเป็นน้ำตกเล็กๆ แต่ก็มีความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติของต้นไม้นานาชนิดอันร่มรื่นเขียวขจี สำหรับ “น้ำตกพนมรุ้ง” ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาทพนมรุ้งห่างจากประตู 3 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ230เมตร จุดลงไปชมน้ำตกตั้งอยู่บริเวณป้ายคำขวัญอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เดินลัดเลาะป่าเล็กๆ ระยะทางประมาณ30เมตร ก็จะถึงธารน้ำตกพนมรุ้งดังกล่าว จากนั้นเดินลงไปตามลำธารประมาณ100เมตร ก็จะถึงผาน้ำตก ซึ่งมีความสูงประมาณ7-8เมตร
น้ำตกพนมรุ้งมีต้นกำเนิดมาจากแหล่งกักเก็บน้ำบนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งในอดีตเคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟมาก่อน มีอยู่จำนวน7สระ จากนั้นก็จะไหลผ่านไปตามร่องน้ำ เมื่อผ่านหน้าผาที่สูงชันก็จะกลายเป็นน้ำตกที่จุดนี้ จากนั้นก็จะไหลลงไปสู่อ่างเก็บน้ำเมือนเฮอร์ ที่อยู่เชิงเขาพนมรุ้งด้านทิศตะวันตก
หากเปรียบเทวาลัยปราสาทพนมรุ้งเป็นดั่งวิมานที่ประทับของพระศิวะ น้ำฝนที่ตกลงมากระทบกับปราสาทพนมรุ้งก็เปรียบเสมือนการทำพิธีกรรมบูชาต่อพระศิวะ โดยน้ำเหล่านี้ได้ไหลลงสู่สระน้ำทางด้านทิศเหนือของปราสาทพนมรุ้ง (สระน้ำหมายเลข6) จากการดำเนินงานทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ.2558-2559พบฐานประติมากรรมรูปเคารพบริเวณกลางสระ และน้ำจากสระหมายเลข6ก็จะไหลลงสู่สระน้ำหมายเลข7ก่อนจะไหลลงสู่ธารน้ำตกไปยังแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่อยู่ด้านล่าง เปรียบเสมือนน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบเชิงเขาพนมรุ้ง ซึ่งน้ำตกพนมรุ้งจะมีน้ำไหลเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น (ประมาณเดือนกันยายน) โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน2-3วัน หากนักท่องเที่ยวจะมาชมก็สามารถมาชมได้ในช่วงนี้ แต่ก็ควรระมัดระวังในการเดินเนื่องจากพื้นหินลื่น บางจุดสูงชัน และที่สำคัญโปรดช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อความสวยงามตามธรรมชาติอย่างยั่งยืน และแบ่งปันความสุขความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ที่จะมาเที่ยวชมด้วย
โดย-สุรชัย พิรักษา
ข่าวล่าสุด