"กรมราชทัณฑ์" รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหายป่วยแล้ว 88%

22 กันยายน 2564 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 28 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 22 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 6 ราย) รักษาหายเพิ่ม 435 ราย เสียชีวิต 1 ราย

 

ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,313 ราย (กลุ่มสีเขียว 86.7% สีเหลือง 12.9% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 397 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 119 ราย และต่างจังหวัด 5,797 ราย

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ มีเรือนจำที่พบการระบาดเพิ่ม 1 แห่ง คือ เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงอยู่ที่ 29 แห่ง และเรือนจำสีขาว 113 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 59,539 ราย หรือ 88% ของผู้ติดเชื้อสะสม 67,639 ราย เสียชีวิตสะสม 142 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสม 

"กรมราชทัณฑ์" ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางนครสวรรค์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อเกือบยกคุก โดยคาดว่าติดเชื้อ 2 พันราย นั้น ปัจจุบัน ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราชมีผู้ต้องขังในการควบคุมทั้งสิ้น 2,306 ราย ตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยวิธี RT-PCR สะสม 232 ราย อยู่ระหว่างรักษา 221 ราย (เป็นกลุ่มสีเขียว 208 ราย สีเหลือง 13 ราย)

 

และจากการคัดกรองด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK จำนวน 1,092 ราย (เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวทั้งหมด) ซึ่งผู้ต้องขังทุกราย ได้รับการจ่ายยาฟ้าทะลายโจร หรือยาฟาวิพิราเวียร์ พร้อมด้วยการรักษาและยาอื่นๆ ตามลักษณะอาการภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยหายอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาประมาณ 14 วันภายหลังตรวจพบเชื้อ ตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข