กระทรวงเกษตรฯพร้อมเงินช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มเยียวยาไม้ผล-ไม้ยืนต้นไร่ละ 4,048 บาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ระบุ ได้กำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกรในหลายพื้นที่ ซึ่งประสบปัญหาฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนสไลด์ สร้างความเสียหายต่อพืชผลการเกษตร โดยต้องเตรียมการตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติจนถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 และเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา มีการปรับหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

 

สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือนั้น เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ และมีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ โดยจะได้รับการเยียวยาครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ แบ่งเป็นข้าวไร่ละ 1,340 บาท จากเดิม 1,113 บาท พืชไร่และพืชผักไร่ละ 1,980 บาท จากเดิม 1,690 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท จากเดิมไม่ได้รับการเยียวยา

ชาวสวนเฮ! รัฐเยียวยา ‘ไม้ผล-ไม้ยืนต้น‘ 4 พัน/ไร่

ด้านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง ระบุ กรมฯได้ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน และให้เจ้าหน้าที่เร่งประเมินสถานการณ์และสำรวจเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาพืชผลที่ได้รับความเสียหาย

 

เกษตรกรสามารถยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ หรือ กษ 01 มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. หรือนายกเทศมนตรี ตรวจสอบ และคณะกรรมการหมู่บ้านตรวจสอบและรับรอง จากนั้นให้ติดประกาศคัดค้านตามสถานที่ที่กำหนดไม่น้อยกว่า 3 วัน หากไม่มีผู้คัดค้าน สำนักงานเกษตรอำเภอจะเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

กรมฯ ยังได้เตรียมต้นพันธุ์พืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น หรือพืชเศรษฐกิจ และสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อไตรโคเดอร์มา แจกจ่ายให้เกษตรกรหลังน้ำลด ซึ่งถือเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่อง