ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันไทยมีสัดส่วนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 12 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 6 ของประชากร ถือเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์

แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของครอบครัวเดี่ยวและการอาศัยอยู่คนเดียวที่เพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ของไทย ในปี 2565 ทำให้อัตราประชากรพึ่งพิงจะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล หรือผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้แต่ต้องอาศัยเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่จำเป็นและช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาเบื้องต้นและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุในไทย จึงมีโอกาสเติบโตตามความต้องการบริการสุขภาพและการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

 

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าการใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์และอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุในไทย ปี 2564 จะอยู่ที่ 8,000 – 9,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบได้เฉลี่ย 7.8% ต่อปี ใน 5 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย

ผู้จัดการ หจก.เดอะเบส อุปกรณ์การแพทย์ ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ จันทร์เพ็ญ ใจเที่ยง ระบุ อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุมีความจำเป็นเนื่องจากผู้สูงอายุต้องใช้เพื่อป้องกันรักษาโรคและอำนวยความสะดวกความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เช่น รถเข็น วอร์คเกอร์ ไม้เท้า สำหรับยอดขายค่อนข้างดี จากความต้องการอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ และทางร้านได้นำสินค้าที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกซื้อในราคาที่จับต้องได้

 

ความต้องการใช้งานอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจากภาคธุรกิจและฝั่งผู้บริโภคโดยตรง โดยสัดส่วนการใช้งานส่วนใหญ่ยังเป็นของภาคธุรกิจ ทั้งในสถานพยาบาลที่เน้นกลุ่มลูกค้าสูงอายุมากขึ้น รวมไปถึงธุรกิจที่ไม่ใช่สถานพยาบาล เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ และเนิร์สซิ่งโฮม ที่จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันความต้องการใช้งานของผู้บริโภคโดยตรง เติบโตได้ตามจำนวนผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันรักษาโรคและอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

สินค้าทั้งในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ผลิตได้ในไทยอาจยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในประเทศได้ทั้งหมด และส่วนใหญ่ยังเป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานและใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย ทำให้ในระยะแรกผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศน่าจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญ อาทิ จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน

 

ผู้ผลิตในประเทศจะต้องยกระดับการผลิตไปสู่อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้  เช่น เตียงไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานสินค้า ราคาที่เข้าถึงได้ และการทำตลาด ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ