ส่องประวัติสุดทรหดของ "แมนนี่ ปาเกียว" เจ้าของฉายา "เดอะแพ็คแมน" ตำนานนักมวยโลก สู่สังเวียนชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

นับว่าเป็นข่าวที่สร้างความคึกโครม ให้วงการกีฬาไม่น้อย เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “แมนนี่ ปาเกียว” อดีตแชมป์มวยโลก 8 รุ่น ขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ และสมาชิกวุฒิสภา ประกาศจะลงชิงชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในปี 2022 อย่างเป็นทางการ

 

โดย “ปาเกียว” วัย 42 ปี ได้ตอบรับคำเชิญให้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ในการประชุมกลุ่มลาบัน ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองย่อยในพรรคพีดีพีลาบัน (PDP-Laban) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล พร้อมทั้งสัญญาว่า จะปกครองประเทศด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเห็นอกเห็นใจประชาชน

"ปาเกียว" ประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ก่อนหน้านี้ ทางพรรคพีดีพีลาบัน ได้เสนอชื่อ “ส.ว.บอง โก” อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดี “โรดริโก ดูเตร์เต้” เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะลงสมัคร ทำให้มีชื่อของ “ปาเกียว” โผล่ขึ้นมาแทน

 

สำหรับประวัติของ “ปาเกียว” นักชกระดับตำนานของโลก เจ้าของฉายา “เดอะแพ็คแมน” (The Pac Man) เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2521 ที่เมืองบูคิดโนน ประเทศฟิลิปปินส์

“ปาเกียว” เป็นบุตรคนที่ 4 จากบรรดาพี่น้อง 6 คน โดยครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เจ้าตัวต้องเข้าสู่สังเวียน เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ โดยเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่ด้วยความว่องไว และลีลาการชกไม่เป็นรองใคร ทำให้ขึ้นไปติดทีมชาติชาติฟิลิปปินส์ พร้อมทำสถิติชกมวยสากลสมัครเล่น ด้วยการชนะ 60 ครั้ง และแพ้เพียง 4 ครั้ง

 

หลังต่อยมวยสากลสมัครเล่นอยู่ 2 ปี ได้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อเพื่อนสนิทถูกต่อยน็อกบนเวที ก่อนเสียชีวิต ทำให้ “ปาเกียว” ที่มีความสูงเพียง 4 ฟุต 11 นิ้ว น้ำหนัก 98 ปอนด์ เลือกเข้าสู่เส้นทางมวยสากลอาชีพ เริ่มจากชกในรุ่นมินิมัมเวท (รุ่นเล็กสุด)

 

โดยตอนที่ชกรุ่นนี้ “ปาเกียว” มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ประมาณ 7 ปอนด์ เพราะมวยรุ่นดังกล่าว ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์ ทำให้การชั่งน้ำหนักก่อนชกทุกครั้ง เจ้าตัวต้องยัดของถ่วงน้ำหนัก ก่อนจะขึ้นไปชกในรุ่นฟลายเวท น้ำหนักมากกว่า 108 ปอนด์ แต่ไม่เกิน 112 ปอนด์

"ปาเกียว" ประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

จากนั้นลีลาการชกของ “ปาเกียว” ที่เป็นมวยเซาธ์ปอว์ (ถนัดซ้าย) แม้ความสูงเพียง 166 ซม.แต่ช่วงชกยาว 170 ซม.ก็ฉายแสงไม่หยุด โดยได้เข็มขัดแชมป์เส้นแรก จากการเอาชนะ “โชคชัย โชควิวัฒน์” พร้อมคว้าแชมป์ OPBF รุ่นฟลายเวท มาครอง ก่อนจะได้แชมป์โลกสถาบันใหญ่ WBC รุ่นฟลายเวท เมื่อพลิกล๊อกเอาชนะ “ฉัตรชัย สาสะกุล” แม้หลังจากนั้นจะแพ้น็อกเสียแชมป์ให้นักมวยไทยอย่าง “เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม” แต่หลังจากนั้นชีวิตของนักมวยคนนี้ ก็พุ่งแบบฉุดไม่อยู่

ซึ่งแมตช์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก และเป็นภาพติดตาแฟนมวยทั่วโลก เมื่อ “ปาเกียว” ปล่อยหมัดรัวเป็นชุดใส่ “สุดหล่อ” ออสการ์ เดอ ลา โฮยา จนหมดสภาพในยกที่ 8 ซึ่งเป็นการชกไฟต์พิเศษ รุ่นเวลเตอร์เวท เมื่อเดือน ธ.ค.2551

"ปาเกียว" ประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ “ปาเกียว” เป็นนักมวยสากลอาชีพคนแรก ที่ได้เป็นแชมป์โลก 8 รุ่น ในสถาบัน WBC Flyweight Champion , IBF Super Bantamweight Champion , WBC Super Featherweight Champion , WBC Lightweight Champion , WBO Welterweight Champion , และ WBC Light Middleweight Champion

 

ซึ่งมีการกล่าวกันว่า “ปาเกียว” เป็นนักมวยที่ดีที่สุด ถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ทำให้ค่าตัวที่ได้รับต่อครั้ง เมื่อบินไปชกที่สหรัฐ ไม่เคยต่ำกว่า 30 ล้านบาท

 

แม้ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ “ปาเกียว” จะเพิ่งพ่ายแพ้ต่อ “ยอร์เดนิส อูกัส” นักมวยชาวคิวบา ซึ่งอาจเป็นไฟต์สุดท้ายในอาชีพนักมวยของเขา

 

นอกจากลีลาการชกมวยแล้ว “ปาเกียว” ยังสนใจแวดวงการเมืองในฟิลิปปินส์ โดยปี 2553 เจ้าตัวได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดซารังกานี และได้รับชัยชนะด้วยคะแนนการเลือกตั้งถึง 66.35% ทิ้งห่างคู่แข่งขาดลอย ก่อนจะชนะเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา

 

ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลก หากสังเวียน “เลือกตั้ง” ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในปีหน้า จะมีชายที่ชื่อ “ปาเกียว” ขอสู้ท้าชิงจนยกสุดท้าย!!

"ปาเกียว" ประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์