ด้านนายแพทย์เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จ.เชียงราย ถือเป็นแห่งแรกที่มีการปักหมุดเพื่อปลูกต้นกัญชงในเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทมีแผนจะส่งเสริมการปลูกในช่วงแรก 1,600 ไร่ก่อนจากนั้นภายใน 5 ปี จะเพิ่มให้เป็นประมาณ 100,000 ไร่ ลักษณะเป็นการร่วมกับเกษตรกรแต่รายๆ ละประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตขายได้ไร่ละ 100,000 บาทต่อปี แต่ละปีจะปลูกได้ 2 ครั้ง จึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดี โดยเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าผลผลิตกัญชง 1 ไร่เทียบเท่ากับข้าวโพดถึง 100 ไร่ และการปลูกข้าวโพดยังต้องเผาหลังเก็บผลผลิตจนทำให้มีปัญหามลภาวะหมอกควันเป็นประจำทุกปีอีกด้วย ขณะเดียวกันการปลูกกัญชงยังทำให้อย่างยั่งยืนเพราะเกษตรกรจะผลิตเพื่อส่งให้บริษัทที่เป็นผู้สกัดสาร CBD และบริษัทก็ส่งต่อให้กับเอกชนที่นำไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป
“เป็นที่น่ายินดีว่าพื้นที่ทั่วประเทศไทยสามารถปลูกกัญชงได้ดี โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีคุณภาพดินดีอย่างมาก หลังจากได้ผลผลิตในปีแรกและปลูกได้ 1,600 ไร่แล้ว ในปีที่ 2 จะเพิ่มการปลูกเป็น 30,000 ไร่ ปี่ 4 เพิ่มเป็น 40,000 ไร่ ปีที่ 4 เพิ่มเป็น 60,000 ไร่ และปีที่ 5 เพิ่มเป็น 100,000 ไร่ดังกล่าว และเมื่อยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าสารสกัด CBD ทำให้ยังมีโอกาสขยายการปลูกออกไปได้อีกมากโดยเกษตรกรจะมีรายได้อย่างต่อเนื่องด้วยกรณีมีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละประมาณ 40 บาท ก็จะมีรายได้ต่อไร่ 50,000 บาทต่อฤดูกาลเพาะปลูก” นายแพทย์เกรียงศักดิ์ กล่าว
ภาพ/ข่าว ณัฐวัตร ลาพิงค์