ทั้งนี้หลักการของ OnlyFans สิ่งแรกของผู้ใช้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เมื่อแฟนคลับเข้ามากดติดตาม หรือยอมจ่ายเงินเป็นรายครั้ง-รายเดือน-หรือรายปี เพื่อหวังเข้าถึง “คลิปลับ” เหล่านั้น ทาง creator จะได้เงิน 80% ส่วน OnlyFans จะเก็บไว้ 20% ของรายได้ โดยราคานั้น ทางแอคเคาท์นั้นๆ เป็นผู้กำหนดเอง
ซึ่งในบางกรณี จะมีการตั้งราคาสมาชิกที่ไม่แพง แต่จะมีการเพิ่มรายได้ ด้วยการขายรูปและคลิปพิเศษผ่าน DM หรือที่เรียกว่า pay-per-view เพื่อเป็นรายได้เพิ่มแก่แอคเคาท์นั้นๆ อย่างเช่น "น้องไน่เน่า" ที่เคยบอกว่า มีรายได้เฉียด 1 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน
ซึ่งปัจจุบัน OnlyFans ได้กลายเป็นช่องทางทำเงินให้ใครหลายคน โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีหญิงสาวหลายคน เดินทางในธุรกิจสายนี้อย่างจริงจัง ผลสำรวจจากวันที่ 1 ม.ค.2564 แพลตฟอร์มดังกล่าว มีบัญชีผู้ใช้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี และมีผู้มาใช้บริการกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก โดยบริษัทผู้ก่อตั้ง มีรายได้มากกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
โดยเมื่อปีที่แล้ว สื่อต่างประเทศมีการเปิดรายได้ ตัวท็อปของวงการ "OnlyFans" จำนวน 5 อันดับ ที่มีรายได้รวมกันถึง 1,800 ล้านบาทต่อเดือน
ซึ่งอันดับ 1 คือ “แบล็ค ไชน่า” (Blac Chyna) นางแบบที่เป็นอดีตคู่รักของ “ร็อบ คาร์ดาเชี่ยน” (Rob Kardashian) มีผู้ติดตาม 16.2 ล้านฟอลโลเวอร์ , ค่าสมัครต่อเดือน 19.99 ดอลลาร์ หรือราว 660 บาท , รายได้ต่อเดือน 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 660 ล้านบาท
อันดับ 2 คือ “เบลล่า ธอร์น” (Bella Thorne) ศิลปินสาว มีผู้ติดตาม 24.3 ล้านฟอลโลเวอร์ , ค่าสมัครต่อเดือน 9.99 ดอลลาร์ หรือราว 330 บาท , รายได้ต่อเดือน 11 ล้านดอลลาร์ หรือราว 363 ล้านบาท
อันดับ 3 คือ “คาร์ดี้ บี” (Cardi B) นักร้องสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่ มีผู้ติดตาม 81.7 ล้านฟอลโลเวอร์ , ค่าสมัครต่อเดือน 4.99 ดอลล่าร์ หรือราว 165 บาท , รายได้ต่อเดือน 9.43 ล้านดอลลาร์ หรือราว 311 บาท
อันดับ 4 คือ “ไทก้า” (Tyga) แร็ปเปอร์ดัง มีผู้ติดตาม 21.8 ล้านฟอลโลเวอร์ , ค่าสมัครต่อเดือน 20 ดอลลาร์ หรือราว 660 บาท , รายได้ต่อเดือน 7.69 ล้านดอลลาร์ หรือราว 254 ล้านบาท
อันดับ 5 คือ “มีอา คาลิฟา” (Mia Khalifa) อดีตดาราหนังผู้ใหญ่ ที่ล่าสุดเคยมีข่าวลาวงการแล้ว เคยมีผู้ติดตามทาง 22.7 ล้านฟอลโลเวอร์ , ค่าสมัครต่อเดือน 11.9 ดอลลาร์ หรือราว 393 บาท , รายได้ต่อเดือน 6.42 ล้านดอลลาร์ หรือราว 212 ล้านบาท