อะไรคือบรรทัดฐาน ?
8 กันยายน 2564 สุชาติ สวัสดิ์ศรี ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่อง ‘ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติ’ ของผมนั้น แม้ผมจะไม่แยแสแล้ว แต่ก็จำต้องถามหาบรรทัดฐานของความถูกต้อง... ตั้งใจทำให้ผมเสียหาย อับอาย ก่อนจะได้รับหนังสือ ‘ยกเลิกการยกย่อง’ จากกระทรวงวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ ที่มาล่าช้ากว่าข่าวที่ปรากฎถึง 10 วัน
การประชุมลับของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่มี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน และ นายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ที่ร่วมมือกันแก้ไขกฎกระทรวงเมื่อปี พ.ศ.2563 เพื่อให้สามารถยกเลิกการยกย่อง ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ในครั้งนี้ได้นั้น เหมือนจะตั้งธงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม คือมีเป้าทางการเมืองที่จะทำให้ผมอับอายและเสียหายในประวัติชีวิตการทำงาน
เพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมและเพื่อสร้างบรรทัดฐานไว้ให้ปรากฎแก่ ‘ศิลปินแห่งชาติ’ คนอื่น ๆ ในเวลาต่อไป เพื่อดำรงขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมายให้ถูกต้อง ผมจึงได้มอบอำนาจให้กับทนายจาก ‘ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน’ เพื่อช่วยทำความจริงให้ปรากฎว่า ‘การยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติ’ ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมครั้งนี้ มีความชอบธรรมในคำสั่งทางราชการหรือไม่
Cr.สุชาติ สวัสดิ์ศรี
จากประเด็นการเมือง สู่ ประเด็นสาธารณะ
นี่ไม่ใช่เรื่องราวเฉพาะผู้ขัดแย้งกันทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจในสังคมวงกว้างที่ยังคลางแคลงใจสงสัยด้วยว่า ความคิดเห็นส่วนตัว หรือการแสดงออกของบุคคลนั้นมีขอบเขตอย่างไร
12 กันยายน 2564 กลุ่มนักคิดนักเขียนจำนวน 103 คน อาทิ สุจิตต์ วงศ์เทศ, อธิคม คุณาวุฒิ, ธีระพล อันมัย, บินหลา สันการาคีรี, ประจักษ์ ก้องกีรติ เป็นต้น ได้ร่วมกันออก แถลงการณ์ คัดค้านมติยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ โดยรณรงค์ที่เว็บ Change.org (ณ วันที่ 16 กันยายน 2564 มีผู้ลงชื่อสนับสนุน 6921 คน) แถลงการณ์ ว่า
“จากมติคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ อ้างเหตุผลการยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติระบุว่า นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี มีพฤติกรรมเสื่อมเสียโดยการแสดงความเห็นที่เป็นประเด็นขัดแย้งในสังคม มีถ้อยคำหรือภาพที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านสื่อเฟซบุ๊ก
มติที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาข้อสงสัยหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
1. ข้อกล่าวหาหมิ่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นข้อกล่าวหาที่มีผลกระทบรุนแรง จำเป็นต้องแสดงพยานหลักฐานให้ประจักษ์ชัด ไม่สมควรกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยปราศจากหลักฐานอ้างอิง คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมิใช่ผู้มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยว่าผู้ใดหมิ่นหรือไม่หมิ่นสถาบัน เนื่องจากบทบาทดังกล่าวเป็นหน้าที่ขององค์กรตุลาการ เป็นการวินิจฉัยเกินเลยบทบาทหน้าที่
2. หากวัฒนธรรมคือสิ่งที่วิวัฒน์ไปตามความเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนทางสังคม บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงควรติดตามทำความเข้าใจสภาพสังคมอย่างเท่าทัน... และมีขีดความสามารถในการจำแนกแยกแยะได้ว่า พฤติกรรมใดเป็นการปิดหูปิดตาประจบสอพลอ พฤติกรรมใดเป็นข้อเสนอโดยปรารถนาให้สถาบันกษัตริย์อยู่ร่วมกับสังคมที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเฉกเช่นปัจจุบัน...
ขอเสนอข้อเรียกร้อง ด้วยการให้ทบทวนและยกเลิกมติดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อาจนำไปสู่ขั้นตอนการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อดำรงหลักการความถูกต้องและชอบธรรมอีกหลายคดีความ”
โดยทนายจาก ‘ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน’ แจ้งว่าได้ส่งหนังสือลงวันที่ 10 กันยายน 2564 ถึง ‘ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม’ เรื่อง ‘ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประชุมพิจารณายกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติ’ โดยมีหนังสือมอบอำนาจของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี แนบไปด้วย และได้ให้เวลา 10 วันในการตอบกลับ
ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?
6 กันยายน 2564 จักร์กฤษ เพิ่มพูล สื่อมวลชนอาวุโส คณะกรรมการบริหารศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีความเห็นว่า ทัศนคติทางการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล
“โดยอำนาจหน้าที่เขาทำได้อยู่แล้ว คณะกรรมการวัฒนธรรม แต่ในทางปฏิบัติ เขาต้องทบทวนว่าเขาไม่ได้เป็นคนแต่งตั้งขึ้น ชุดของเขาไม่ได้แต่งตั้ง และในการแต่งตั้งก็ไม่ได้มีเงื่อนไขเรื่องที่ว่า
ผู้ที่เป็นศิลปินแห่งชาติ เรื่องความคิดอุดมการณ์ทางการเมือง ทัศนคติทางการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล เป็นสิทธิของเขา พูดง่าย ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คุณจะเอาประเด็นนี้มาเป็นเหตุอ้าง ในการที่จะปลดออก แล้วที่ผ่านมามันก็ไม่มี
หากเพื่อนผม ‘นิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์’ บรรณาธิการ ‘จุดประกายวรรณกรรม’ ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร กับการที่ ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ เงาร่าง ‘สิงห์สนามหลวง’ ถูกถอดออกจากสถานะ ‘ศิลปินแห่งชาติ’
แต่สำหรับผม ไม่สงสัย ไม่รู้สึกผิดประหลาดอย่างไร ที่คณะกรรมการชุดนี้ตัดสินไปในแนวทางนั้น เหตุผลเดียวที่ ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกปลด เพราะเขาคิดไม่เหมือนผู้มีอำนาจ
เขาแสดงออกอย่างชัดเจน เขาเลือกจุดยืน เคียงข้างผู้คนที่ต่อสู้เพื่อเรียกคืนสังคมประชาธิปไตย ที่เคารพและยอมรับความเห็นที่แตกต่างกันได้ เหตุผลอื่นใดนอกจากนี้ไม่มี
และเมื่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ อยู่ภายใต้รัฐ อยู่ภายใต้ร่มเงาของ ‘อำนาจนิยม’ เขาก็จำเป็นต้องปกป้องสร้างเกราะป้องกันตัวเอง ด้วยการคิดให้เหมือนผู้มีอำนาจ
ไม่ว่าผมจะเห็นด้วยกับ ‘สิงห์สนามหลวง’ หรือไม่ก็ตาม ผมไม่มีวันที่จะแสดงความดีใจ สะใจ กับการที่เขาถูกปลดจากสถานะความเป็น ‘แห่งชาติ’
ด้วยค่าของความเป็นมนุษย์ นั้น คือ คุณค่าที่เปล่งประกายมาจากตัวเขาเอง จากงานที่เขาทำ จากสิ่งที่คนยอมรับและเป็นที่ประจักษ์มาอย่างยาวนาน
สถานะสมมติ ‘ศิลปินแห่งชาติ’ หากมันจะหายไป ก็ไม่ได้ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่อย่างใดเลย"
Cr.สุชาติ สวัสดิ์ศรี
ขอขอบคุณที่มา: เพจกรุงเทพธุรกิจ , คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี