อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เร่งติดตั้งบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมวัดไชยวัฒนาราม หลังเขื่อนเจ้าพระยา อาจระบายน้ำเพิ่มจาก 1,500 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,800 ลบ.ม./วินาที

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

16 กันยายน 2564 สถานการณ์น้ำเหนือในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นหลังจากมีฝนตกชุกทางภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง

 

 

ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา แม้ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 1.20 เมตร แต่จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นต่อเนื่อง ในช่วง2-3วันนี้ ทำให้จังหวัดอยุธยาและอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ไม่ไว้วางใจ จึงได้เร่งตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมวัดไชยวัฒนาราม

 

เร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน "เมืองกรุงเก่า" หลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม

ทั้งนี้ นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยป้องกันจังหวัดฯ และ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นำกำลังคนงานของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยกำลังพลทหารจาก มทบ.18 ช่วยกันตั้งแนวบังเกอร์ป้องกัน 

 

เร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน "เมืองกรุงเก่า" หลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม

 

นายภานุ ผู้ว่าฯอยุธยา กล่าวว่า แนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วม มีความยาว 409 เมตร และสูงประมาณ 2 เมตร จะช่วยป้องกันน้ำที่อาจเอ่อท่วม ซึ่งขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น เข้าท่วมพื้นที่ต่ำใน อ.เสนา อ.บางบาล และอ.ผักไห่

 

น้ำเริ่มเอ่อท่วมหลายพื้นที่ในจ.พระนครศรีอยุธยา

"หากมีการระบายน้ำ 1,800 ลบ.เมตรต่อวินาที ก็จะส่งผลต่อโบราณสถานชั้นนอก เช่น วัดไชยวัฒนาราม หมู่บ้านโปรตุเกต และอีกหลายแห่ง จึงได้ทำการตั้ง บังเกอร์ ป้องกัน น้ำท่วม เพื่อความไม่ประมาท แต่ก็มีความหวังว่าทางชลประทานจะระบายน้ำลดลงในช่วง 2-3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนมากนัก" นายภานะ ระบุ

 

เร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน "เมืองกรุงเก่า" หลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม

เร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน "เมืองกรุงเก่า" หลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม

เร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน "เมืองกรุงเก่า" หลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม