เทศบาลหัวนาประสานเจ้าหน้าที่ กู้ภัย ค้นหาคนเข้าป่าหาส่องเห็ดกลางคืนหายแล้ว 3 วัน ตั้งศูนย์ประสานงาน เตรียมระดมขอกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม

16 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ที่บริเวณ แปลงเกษตรอินทรีย์ บ้านโพธิ์ศรีสำราญ หมู่ที่ 13 ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู นายพิทักษ์  สุภา  นายกเทศมนตรีตำบลหัวนา นางประดับ  สมณะ ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ศรีสำราญ  นายกิตติพงษ์  บุรีเลิศ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดอนหัน ส.อ.เศกสรรณ์  โทไข  เจ้าพนักงานป้องกันเทศบาลตำบลหัวนา ร.ท.มะลิ  ภูมูลนา กอ.รมน.จว.หนองบัวลำภู  นายอนุชา  ภู่เปี่ยมศักดิ์ ปลัดอำเภอเมืองหนองบัวลำภู  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ชุด กู้ภัยนเรศวรและกู้ภัยคุณธรรมหนองบัวลำภู 

 

ส่วน นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู  ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูและกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  นายชยานันท์  เกตุเมฆ  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อบจ.หนองบัวลำภู ได้นำน้ำดื่มมามอบให้กับทางศูนย์อำนวยการค้นหา และร่วมประชุมวางแผนในการออกติดตามหา นายวัชระ  สิงห์ทอง อายุ  56 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 13 บ้านโพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมืองหนองบัวลำภู  ซึ่งได้ออกเดินทางเข้าป่าภูเก้า ภูเขาทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ตั้งแต่เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 13 กันยายน 2564 กับเพื่อนบ้านอีก 2 คน เพื่อหาเก็บเห็ดในช่วงเวลากลางคืน หรือที่คนอีสานเซียนเห็ดมักจะพูดว่าไปไต้เห็ด หรือส่องหาเห็ดโดยใช้ไฟฉายในเวลากลางคืน 

คนออกหาเห็ดกลางคืนหลงป่า ยังหาไม่พบ 3 วันแล้ว
 


แต่เนื่องจากในคืนนั้นฝนตก สภาพป่ารก เสียงน้ำดัง ทำให้ทัศนวิสัยน์  ในการมองเห็นกันเพียงระยะประมาณ 1 เมตร เท่านั้น และเสียงดังของน้ำป่าในลำห้วย ทำให้เรียกกันไม่ค่อยได้ยิน มองหากันไม่เห็น จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 14 กันยายน  2564 ก็ยังไม่เห็นมา เพื่อนอีก 2 คน ที่ไปด้วยกันจึงได้นำเห็ดลงมาขายและแจ้งเรื่อง ที่ นายวัชระ  สิงห์ทอง ได้หายไปหากันไม่เจอให้กับทาง ผู้ใหญ่บ้านทราบ ซึ่งต่อมา ก็ได้มีชาวบ้านออกตาม จนกระทั่งค่ำก็ยังไม่พบ ทำให้ ในวันที่ 15 กันยายน  2564 ทาง เทศบาลตำบลหัวนา จึงได้ร่วมประชุมปรึกษาวางแผนร่วมกันหลายฝ่าย พร้อมด้วยชาวบ้านที่มีความชำนาญทางในการเดินทางในผืนป่าแห่งนี้ เพื่อร่วมกันออกคนหา

 

โดยก่อนหน้านั้น มีทีมของ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหัวนา 7 คน  ออกเดินทางเข้าป่าค้นหาตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากได้รับแจ้งจากทางผู้ใหญ่บ้านแล้ว  และต่อมาได้มีทีมของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย นายอนุชา  ภู่เปี่ยมศักดิ์   ทีมของเจ้าหน้าที่กู้ภัยนเรศวร และทีมของเจ้าหน้าที่กู้ภัยคุณธรรม รวมกันประมาณ 30 คน ได้เดินทางขึ้นภูในช่วงเวลาภาคบ่าย ไปพร้อมกับชาวบ้านที่มีความชำนาญทางในการเดินป่า เนื่องจากป่าในช่วงนี้จะรกหญ้าขึ้นสูง และภูเขาลูกนี้มีพื้นที่ติดเขตกับอำเภอโนนสัง เป็นภูที่สลับซ้อนกันอยู่อีกหลายลูก และหากไม่มีความชำนาญอาจจะพลัดหลงได้

คนออกหาเห็ดกลางคืนหลงป่า ยังหาไม่พบ 3 วันแล้ว
 

ทางด้าน นายพิทักษ์  สุภา  นายกเทศมนตรีตำบลหัวนา กล่าวว่า นายวัชระ  สิงห์ทอง กับเพื่อนรวม 3 คน ที่พลัดหลงเพื่อนนั้น ไม่ค่อยเคยเข้าป่าและไม่มีความชำนาญทาง ไปด้วยกันมีความชำนาญทาง 2 คน ส่วนคนที่หายไปนั้นไม่มีความชำนาญทาง ประกอบกับป่า แห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก จากภูเก้า ภูหัน ภูเมย  ลำน้ำบอง หากไม่มีความชำนาญแล้วจะหลงได้  ทราบว่าในช่วงค่ำ ทั้ง 3 คนได้ไปนั่งกินข้าว บริเวณลานหินที่กว้างก่อนที่จะออกส่องหาเห็ด  เมื่อพลัดหลงกัน เพื่อนที่ไปด้วยกัน 2 คน ก็มานั่งคอยตั้งแต่เที่ยงคืนรอจนกระทั่งเช้าก็ยังไม่เห็นมา จึงได้นำเอาเห็ดลงมาขายก่อน และแจ้งให้ ผู้ใหญ่บ้านทราบ ก็ยังหนักใจอยู่ว่า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์  ฟ้าปิดมองไม่เห็นทิศทาง โดยทาง เทศบาลหลังจากที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกค้นหา


 
ทางด้าน นายกิตติพงษ์  บุรีเลิศ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดอนหัน ที่มีความชำนาญในการเดินป่าในพื้นที่ บริเวณดังกล่าว เล่าว่า พื้นที่ ผู้หลงป่าหากันไม่เจอนั้น ในช่วงเวลา 2-3 ทุ่มนั้น ทั้ง 3 คน ได้ไปนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน บริเวณลานหิน ที่เรียกว่าถ้ำเม่น จะมีที่พักสงฆ์ ถ้ำพระ หรือจะเรียกว่า อ่างกบบ้านทรายงาม จะมีอ่างน้ำ มีน้ำใช้ตลอดปี ภูมิศาสตร์แถวนี้จะมีแต่หินก้อนใหญ่ ๆ เดินไปมาก็มองหากันไม่เห็นแล้ว มีโอกาสพลัดหลงได้ มองเห็นกันในระยะ 1 เมตรกว่า  เสียงน้ำดัง ฝนตกตลอด คนที่ไม่ชำนาญทางจะหลงได้ ส่วนเรื่องความเชื่อของเจ้าป่า เจ้าของ นั้นชาวบ้านแถวนี้เชื่ออยู่แล้ว

คนออกหาเห็ดกลางคืนหลงป่า ยังหาไม่พบ 3 วันแล้ว

ส่วน ส.อ.เศกสรรณ์  โทไข เจ้าพนักงานป้องกันเทศบาลตำบลหัวนา ชี้แจงว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูฝนวิสัยทัศน์ในการมองเห็นน้อย  ด้วยผู้ประสบภัยไม่เคยขึ้นบนเขา ไม่ชินทาง ไม่คุ้นเคยกับภูเขา และเป็นเวลากลางคืน ทำให้เกิดการพลัดหลงได้ง่าย โดยขณะที่ออกหาเห็ดนั้น เพื่อนที่ไปด้วยกัน จะเรียกหากันเป็นระยะป้องกันการหลงป่า แต่ฝ่ายผู้ที่หลงป่าหากันไม่เจอนั้น จะเป็นคนไม่ค่อยพูดด้วย เรียกแล้วก็ไม่ค่อยขานรับเพื่อนก็คิดว่าน่าจะอยู่บริเวณนั้น  แต่เมื่อหากันไม่เจอ ก็เลยกลับมานนั่งรอที่กินข้าวก่อนออกหาเห็ด  แต่ก็ไม่มา จนกระทั่งเช้า เพื่อน  2 คน จึงเดินทางกลับ

โดย – สุรศักดิ์ เครือคำ