ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า การเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 จวบตอนนี้ ผ่านมา 2 สัปดาห์ พบว่ามาตรการต่างๆ ทำได้ดีทั้ง 3 ด้านคือ
1.มาตรการวัคซีนที่ทำได้ดี ไม่หลุดเป้าหมายการฉีดวันละ 4 แสนโดส
2.มาตรการบุคคล การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ ก็ทำได้ดี แม้มีบางส่วนที่พบว่าไม่ได้ทำตามกำหนดอย่างที่เราเห็นการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ เช่น งานศพ และ
3.มาตรการสังคมและการบริหาร จะพบว่าสามารถดำเนินการได้ดี มีการผ่อนคลายมาตรการบ้าง เช่น การนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ 50% แต่ก็เห็นได้ว่าหลายๆ ร้านอาจไม่ได้ทำตามที่ตกลง ซึ่งเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก
“การติดเชื้อใหม่ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.2564 ที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการ จากที่ดูกราฟ(plot graph) พบว่าตัวเลขคู่ขนานกับที่คาดการณ์ไว้ ถือเป็นกราฟที่สวย จึงขอให้ประชาชนที่ร่วมใจกันทำดีมาตลอด อยากให้ทำดีต่อไป เพื่อให้ได้อยู่ในจุดที่วางใจได้ ส่วนตัวเลขที่สำคัญในการคาดสถานการณ์ คือ ผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะนี้ก็ลดลงคู่ขนานกันต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่าตัวเลขการติดเชื้อใหม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า แม้ในการตรวจหาเชื้อด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) จะพบว่ามีประชาชนที่ตรวจแล้วเป็นผลบวกจำนวนมาก ซึ่งในหลักการ หากมีการฉีดวัคซีนได้ตามแผนไปต่อเนื่อง ผู้ป่วยเหล่านี้ก็จะไม่มีอาการ โดยส่วนหนึ่งจะเข้าสู่ระบบการแยกกักตัวเองที่บ้าน(Home Isolation) เมื่อครบโปรแกรม 14 วันก็จะมีภูมิต้านทานต่อโรคเพิ่มขึ้น อย่างเช่นในต่างประเทศ ที่มีการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% ของประชากรก็ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องตัวเลขติดเชื้อใหม่ แต่ให้ความสำคัญว่า ผู้ป่วยที่ต้องนอน รพ. และการเสียชีวิตลดลง