นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจ สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ iPhone 13 อย่างเป็นทางการ ที่บรรดาเหล่าสาวก iPhone รอคอย แอปเปิลเปิดตัว วันที่ 15 ก.ย. นี้เวลา 00.00 น. ผ่านทางออนไลน์ มาลุ้นฟีเจอร์เด่นกันว่าจะเป็นไปตามที่คาดไว้หรือไม่

เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ สำหรับห้วงเวลาที่บรรดาเหล่าสาวก iPhone รอคอย สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ iPhone 13 อย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นงาน Apple Event “California streaming” ทางออนไลน์ ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย วันที่ 15 ก.ย. 64 เวลา 00.00 น. ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ iPhone 13 ว่า จะเป็นไปตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้หรือไม่

 

ทั้งนี้หากย้อนไปก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัว หลายฝ่ายได้ว่า iPhone 13 จะสามารถเขย่าตลาดด้วยคุณสมบัติใหม่  อาทิ กล้องใหม่ สีใหม่ รวมถึงการใช้จอแสดงผลไร้รอยบาก โดยมีการคาดการณ์ว่า สเปคของ iPhone 13 ในด้านการออกแบบ iPhone 13 จะไม่แตกต่างกับ iPhone 12 มากนัก คือ มี  4 โมเดล ได้แก่ ไอโฟน iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ขนาดหน้าจอก็เหมือนเดิม ไล่มาตั้งแต่ 5.4 นิ้ว, 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว พร้อมกันนี้ รอยบาก (notch) บนหน้าจอจะมีขนาดที่เล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนคลับแอปเปิลจำนวนมากต้องการ แต่กว่าที่รอยบากจะหายไปทั้งหมด ก็อาจต้องรอไปจนถึงการเปิดตัว iPhone 14 ในปี 2022 เลยทีเดียว


ต่อมาเป็นเรื่องของชิปเซต iPhone 13 จะใช้ชิป Apple A15 Bionic โดยที่จำนวนแกนของซีพียูยังคงเดิมที่ 6 แกน (Hexa-core) แต่การประมวลผลจะเร็วขึ้น

 

ในเรื่องของหน้าจอ คาดว่า iPhone 13 จะมี LTPO (Low-Temperature Polycrystalline Oxide) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่แอปเปิลพัฒนาขึ้นมา และนำไปใช้ครั้งแรกใน Apple Watch Series 4 โดย LTPO เป็นชิ้นส่วนของฮาร์ดแวร์ ทำหน้าที่ควบคุมการเปิด และปิดของพิกเซลบนหน้าจอแสดงผลได้ ส่งผลให้เป็นการประหยัดแบตเตอรี่ไปในตัว ดังนั้นแล้วเราก็น่าจะได้เห็นฟีเจอร์รีเฟรชเรตครั้งแรกใน iPhone 13 ด้วยเทคโนโลยีที่ว่านี้


สาวกห้ามพลาด! นับเวลาถอยหลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13

ด้านการถ่ายภาพ แอปเปิลจะเน้นการถ่ายภาพในแนวตั้งมากขึ้น โดยมีฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Cinematic Video พร้อมขุมพลังเอไอ ช่วยยกระดับคุณภาพของการถ่ายภาพและวิดีโอ และโหมดการถ่ายภาพแบบโปร (Pro mode) ก็น่าจะถูกเพิ่มเติมเข้ามาใน iPhone 13


ขณะที่แบตเตอรี่ มีการอ้างว่า iPhone 13 Mini จะมีแบตเตอรี่ 2,406 mAh โดยความจุสูงสุด 3,095 mAh จะมีไว้สำหรับ iPhone 13 และ iPhone 13 Pro และ 4,325 mAh สำหรับ iPhone 13 Pro Max รวมถึงการชาร์จแบตเตอรี่ของ iPhone 13 และอาจมีเทคนิคใหม่ที่ทำให้ชาร์จแบบไร้สายได้เร็วขึ้น

 

สุดท้ายเป็นเรื่องที่เคยสร้างเสียงฮือฮามากที่สุด นั่นคือ ฟีเจอร์การเชื่อมต่อกับดาวเทียม ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความ หรือโทรออกฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือได้ แต่เวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะมาใน iPhone 13 นี้เลย หรือจะได้เห็นใน iPhone 14 ที่จะวางจำหน่ายในปีหน้า

 

ส่วนเรื่องของราคาเปิดตัวนั้น คาดว่า หากรายการนี้ตรงกับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นที่ทำตลาดปีที่แล้ว คาดว่าระดับราคาของ iPhone 13 ก็อาจอยู่ในแนวเดิมเช่นกัน โดยราคาของ iPhone 12 ในไทยถูกตั้งไว้ที่ระดับเริ่มต้น 25,900 บาท ถือว่าสูงกว่าที่ Apple เคยปรับลดราคา iPhone 11 ลงมาเหลือเริ่มต้นที่ 22,100 บาท จากราคาเปิดตัวที่ 24,900 บาท เมื่อครั้งเปิดตัว iPhone 12 ในปี 2020


สาวกห้ามพลาด! นับเวลาถอยหลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13

สาวกห้ามพลาด! นับเวลาถอยหลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13

 

และนอกจากการเปิดตัว iPhone 13 แล้ว ในการเปิดตัวครั้งนี้คาดว่าแอปเปิลจะมีการเปิดตัว Apple Watch Series 7 ด้วย โดยว่ากันว่า Apple Watch Series 7 มีการออกแบบที่สลับซับซ้อนกว่ารุ่นก่อนๆ จึงทำให้มีความเป็นไปได้ว่าในระยะแรกของการวางจำหน่าย Apple Watch Series 7 จะมีสินค้าจำนวนจำกัด

 

สำหรับสเปคและการออกแบบของ Apple Watch Series 7 คาดว่า จะเน้นไปที่ความแบนของจอ เช่นเดียวกับขอบของนาฬิกา อีกทั้งขนาดของนาฬิกาก็จะใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้พอสมควร โดยมีให้เลือกด้วยกันสองขนาด ได้แก่ ขนาด 41 มิลลิเมตร และ 45 มิลลิเมตร


ขณะที่ขนาดของหน้าจอจากเดิม Apple Watch Series 6 มีขนาดหน้าจอที่ 1.78 นิ้ว ความละเอียด 448 x 368 พิกเซล แต่ Apple Watch Series 7 ขนาดหน้าจอจะใหญ่ขึ้นอยู่ที่ 1.9 นิ้ว และมีความละเอียด 484 x 396 พิกเซล

 

ชิปประมวลผล น่าจะใช้ชิปประมวลผล Apple S7 ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าเดิม ส่วนเซนเซอร์ด้านสุขภาพของ Apple Watch Series 7 คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โอกาสที่เราจะได้เห็นเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในร่างกาย, ความดันโลหิต และการอ่านค่าน้ำตาลในเลือด อาจต้องในปี 2022

สาวกห้ามพลาด! นับเวลาถอยหลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13

สาวกห้ามพลาด! นับเวลาถอยหลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13