นักวิชาอาชญวิทยา ม.รังสิต ยกความสำคัญ "งานข่าว" บทบาทแยกมวลชน เลือกยุทธวิธีรับมือเหมาะสม ยกโมเดลเข้าจัดการ "อังกฤษ - เกาะฮ่องกง" ความต่าง ทางเลือกปิดเกมม็อบดินแดง

พ.ต.ท.กฤษณะ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในกลุ่มเคลื่อนไหว จะมี มวลชน 2 ประเภทรวมตัวกันอยู่ คือ กลุ่มแรก เป็นผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้อง ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรียกร้องการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร และอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวตามสิทธิ ภายใต้กรอบของกฎหมาย กับอีกประเภท คือกลุ่มวัยรุ่น ที่ออกมาเคลื่อนไหว สร้างความเดือดร้อน มุ่งจะก่อความสงบ ซึ่งเชื่อว่า ตอนนี้ ตำรวจนครบาล กำลังเผชิญการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม 2 ประเภทผสมรวมกัน

 

ยิ่งในระยะหลัง การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ มักเกิดความรุนแรงที่ยกระดับอย่างต่อเนื่อง จนน่ากังวลต่อการเข้าแทรกซ้อนของมือที่ 3 ซึ่งจะส่งผลต่อความสูญเสีย แต่การใช้กำลังจัดการกับผู้ชุมนุม มีแต่จะเข้าทางของผู้ชุมนุม ประเภทที่ 2 ซึ่งพร้อมใช้ความรุนแรงเข้าแลกกับเจ้าหน้าที่ ดังนั้นผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ อาจต้องดูเป็นกลุ่มๆ ไป ฉะนั้น การสืบสวน งานข่าว จึงมีความสำคัญต่อการควบคุมมวลชนพวกนี้

 

การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน มีลำดับตามหลักสากลอยู่แล้ว ตั้งแต่การประกาศเตือน โชว์กำลังด้วยเสียงกระบอกเคาะโล่ห์ หากผู้ชุมนุมยังคงก่อเหตุความรุนแรงจึงเริ่มปฏิบัติตามยุทธวิธี ตั้งแต่การฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา ไปจนถึงการใช้กระสุนยางเป็นต้น

2 ตัวอย่างจากต่างประเทศ ด้วยยุทธวิธีที่แตกต่างเข้าจัดการมวลชนที่เป็นเยาวชน

 

ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2555 จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ "มาร์ค ดัคแกน" ระหว่างการจับกุมของตำรวจ ที่อ้างว่า เหยื่อรายนี้ มีอาวุธปืน ทำให้เกิดความไม่พอใจของกลุ่มวัยรุ่น นัดรวมตัวกันประท้วง กลางกรุงลอนดอน ก่อนจะบานปลาย ขยายกลุ่มรวมตัวไปในเมืองต่างๆ ทั้งในลิเวอร์พูล เบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ เวสต์บรอมวิช และวูฟแฮมตัน มีการเผาทำลายทรัพย์สินต่อเนื่อง กลายเป็นการจราจลที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 30 ปี

 

การปิดเกมของรัฐบาลอังกฤษ เริ่มจากการเพิ่มกำลังเข้าควบคุมมวลชนเป็น 2 เท่า เน้นการแจ้งเตือนผู้ปกครอง ที่ต้องรับโทษ หากปล่อยปละละเลยให้คนในครอบครัว ออกมาก่อความรุนแรง ขณะเดียวกัน กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยให้คณะลูกขุน จะเข้าตัดสินให้ถูกการจับกุมรับโทษโดยเร็ว (จับเมื่อนี้ รับโทษพรุ่งนี้)

 

ส่วนการประท้วงบนเกาะฮ่องกง แตกต่างกัน คือรัฐบาลจีนใช้เจ้าหน้าที่จากแผ่นดินใหญ่ ไม่มีสายสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ชุมนุมมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุม  ฉะนั้นไม่ว่าการเพิ่มระดับยุทธวิธีใดๆ กับมวลชน ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกผูกพัน การควบคุมฝูงชนจึงปฏิบัติด้วยความเด็ดขาด

(อาจารย์เห็นด้วยว่า มีความเป็นไปได้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้กำลังตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งประจำการในพื้นที่ตามตะเข็บชายแดน เข้าควบคุมมวลชนเยาวชนที่สามเหลี่ยมดินแดง)

สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐ คืออยากให้มอง ผู้เห็นต่าง เป็นเสียงที่ควรรับฟัง ไม่มองเป็นศัตรู เพราะเจ้าหน้าที่ยังคงตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง จากกฎหมายที่บีบให้พวกเขาต้องรับคำสั่ง ทำให้บางครั้งการควบคุมฝูงชนไม่มีความเป็นมืออาชีพ