ทั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญนักออกแบบและผู้ประกอบการสินค้า GI มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า และสอบถามความต้องการของผู้ประกอบการ เป็นการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อหาแนวทางในการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงแล้ว และหลังจากการประชุม 3 ฝ่าย นักออกแบบได้นำข้อมูลจากการประชุมร่วมกัน ไปออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าให้ผู้ประกอบการ 3 แบบ เพื่อเลือกนำไปใช้จริง 1 แบบ เมื่อผู้ประกอบการเลือกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ชอบ และที่ใช่แล้ว นักออกแบบก็จะนำแบบที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ปรับแบบให้ตรงตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน สำหรับการผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้งานจริงโดยกรมฯ ได้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้งานจริงมีมูลค่ารายละ 30,000 บาทอีกด้วย
“มั่นใจว่าโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย จะช่วยพัฒนา ต่อยอด และยกระดับสินค้า GI ไทย ให้เกิดภาพลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสินค้า GI ไทย หลอมรวมกับบรรจุภัณฑ์ให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นได้อย่างงดงาม ส่งผลในการสร้างความแข็งแกร่ง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทย เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าชุมชนและยกระดับเป็นสินค้าพรีเมี่ยมได้ตามเป้าหมาย”นายวุฒิไกร กล่าว