ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยังระบุอีกว่า นอกจากการดำเนินการในประเด็นนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายแล้ว ยังมีเรื่องของการคืนรถแลมโบกินี่ของ ผกก โจ้ ไปทั้งๆที่พนักงานอัยการยังอยู่ระหว่างการดำเนินเรื่อง ตามหลักยังไม่สามารถคืนได้ แต่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับสั่งคืนรถให้ ต้องถามว่าคืนได้อย่างไร
นายมนตรี ระบุว่า ในส่วนของตนเอง มีการเสียภาษีชิ้นส่วนอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องการนำเข้าขิ้นส่วนอะไหล่ก็จะทีผู้นำเข้าซึ่งก็มีการเสียภาษีอากรถูกต้องเช่นกัน แต่เมื่อดีเอสไอ เข้ามาอายัดก็อ้างว่าตนเองมีการเสียภาษีชิ้นส่วนไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ตนเองมีหลักฐานเอกสารการจ่ายภาษีทั้งหมดทุกขั้นตอน ซึ่งได้พยายามชี้แจงไปที่ดีเอสไอ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ นอกจากมีการทยอยรืนรถมาทั้งสิ้น 8 คัน ส่วนอีก 28 คัน ยังคงไร้ความชัดเจนว่าจะคืนกรือจะแจ้งข้อหา
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ปปป ก็จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ณ ตอนเกอดเรื่องจนถึงคนปัจจุบัน
นายอัจฉริยะ ยังอ้างอีกว่า มีความพยายามติดต่อมาจากเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ เพื่อขอไม่ให้นำผู้เสียหาย มาแจ้งความในวันนี้ เพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดีที่ ดีเอสไอ ฟ้องร้องนายอัจฉริยะ กรณีหมิ่นประมาทฯ ในคดีการเสียชีวิตของผู้ต้องหา ระหว่างการควบคุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ