"หมอธีระ"แนะจับตา โควิดสายพันธุ์มิว อย่างใกล้ชิด เพราะดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมากกว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่เคยเชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อที่สุด

9 กันยายน 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า ...

"องค์การอนามัยโลกกำลังจับตาดูไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์มิว เพราะดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมากกว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่เคยเชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อที่สุด" 

"ไวรัสสายพันธุ์มิว" (Mu)
องค์การอนามัยโลกกำลังจับตาดูไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์มิว (B.1.621) ซึ่งพบครั้งแรกที่โคลอมเบีย ตั้งแต่มกราคม 2564 และมีการแพร่ระบาดไปแล้ว 39 ประเทศทั่วโลก (สถิติ ณ 30 สิงหาคม 2564) โดยกำหนดให้เป็นสายพันธุ์ที่เป็นที่สนใจ (variant of interest) เพราะสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ถึง 8 ตำแหน่งตรงบริเวณหนามของไวรัส ซึ่งในจำนวนนี้ มีถึง 4 ตำแหน่งที่เหมือนกันกับที่พบในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variants of concern) ทั้งอัลฟ่า เบต้า แกมม่า และเดลต้า

แม้มีการประเมินว่าผ่านมาแปดเดือน สายพันธุ์นี้ก็ระบาดไปไม่มากนัก โอกาสจะขยายวงระบาดใหญ่มาเหนือเดลต้าน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ข้อมูลวิจัยหลายชิ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าต้องไม่ประมาท
ล่าสุดทีมวิจัยจากญี่ปุ่นศึกษาพบว่า สายพันธุ์มิว (B.1.621) นั้นดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมากกว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) ที่เคยเชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อที่สุด เรื่องนี้แต่ละประเทศจึงต้องมีการเฝ้าระวังให้ดี 
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน เน้นย้ำว่าการระบาดในประเทศยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก
ด้วยรักและห่วงใย

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย วันนี้ (9 ก.ย.64) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด วันที่ 8 ก.ย. 64 ภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 16,031 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,400  ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 631 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 1,338,550 ราย อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง 

โดยวันนี้มี ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 220 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมถึง 13,637 รายแล้ว ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 มีผู้เสียชีวิตรวม 13,731 รายแล้ว 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานถึงผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ 143,038 ราย กลุ่มคนไข้อาการหนักที่มีอาการปอดอักเสบที่น่าวิตก และใส่เครื่องช่วยหายใจอีกนับพันราย  

อย่างไรก็ตาม ยังมียอดผู้ป่วยหายป่วยกลับบ้านวันนี้ 15,417  ราย สะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 มี 1,154,355 รายด้วย 

ผลวิจัยเผยสายพันธุ์มิว ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน หมอธีระ" แนะจับตาอย่างใกล้ชิด

ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก

มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 223 ล้านรายไปแล้ว โดยเมื่อวานทั่วโลกติดเชื้อเพิ่ม 567,724 คน รวมแล้วตอนนี้ 223,341,839 คน ตายเพิ่มอีก 9,263 คน ยอดตายรวม 4,608,209 คน

ขณะที่ประเทศที่มีจำนวนผุ้ติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา โดย 5 อันดับแรก คือ

  1. อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 141,082 คน รวม 41,372,881 คน ตายเพิ่ม 1,516 คน ยอดเสียชีวิตรวม 670,922 คน อัตราตาย 1.6% 
  2. อินเดีย ติดเพิ่ม 43,406 คน รวม 33,138,856 คน ตายเพิ่ม 339 คน ยอดเสียชีวิตรวม 441,782 คน อัตราตาย 1.3% 
  3. บราซิล ติดเพิ่ม 14,430 คน รวม 20,928,008 คน ตายเพิ่ม 213 คน ยอดเสียชีวิตรวม 584,421 คน อัตราตาย 2.8%
  4. สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 38,975 คน ยอดรวม 7,094,592 คน ตายเพิ่ม 191 คน ยอดเสียชีวิตรวม 133,674 คน อัตราตาย 1.9% 
  5. รัสเซีย ติดเพิ่ม 18,024 คน รวม 7,065,904 คน ตายเพิ่ม 797 คน ยอดเสียชีวิตรวม 189,582 คน อัตราตาย 2.7% 

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนติน่า อิหร่าน และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น พรุ่งนี้อิหร่านจะแซงอาร์เจนติน่าได้
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น 
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 92.73 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน 
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง 
ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น ติดเพิ่มกันหลักหมื่น
ส่วนเมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

ผลวิจัยเผยสายพันธุ์มิว ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน หมอธีระ" แนะจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา Facebook : 
Thira Woratanarat

อ้างอิง 
Uriu K et al. Ineffective neutralization of the SARS-CoV-2 Mu variant by convalescent and vaccine sera. MedRxiv. 7 September 2021.