แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดระลอก3 ในเรื่องการจัดหาวัคซีนได้เกิดขึ้นไปก่อนหน้านั้นแล้ว ควรเกิดขึ้นจริงๆ ตั้งแต่เมื่อปี 2563 ที่แต่ละประเทศเร่งหาวัคซีน ในตอนที่วัคซีนยังผลิตไม่เสร็จด้วยซ้ำไป ดังนั้นในการจัดหาวัคซีน การมีแผนสำรองเหล่านี้ ตนมองว่าเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงในอันดับแรก ส่วนศบค. ไม่ใช่ว่าไม่เชิงรับผิดชอบเลย แต่อย่างที่บอกในการจัดการในเรื่องของวัคซีน ถ้าจะต้องลงมติไม่ไว้วางใจท่านใดท่านหนึ่ง ก็ควรจะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง
เมื่อถามว่า เกิดการวิจารณ์ว่ามีความในใจมีเรื่องส่วนตัวกับนายอนุทิน น.ส. วทันยา ระบุว่า ไม่มีใดๆ ทั้งสิ้น อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีประเด็นเรื่อง โควิด-19 หรือบรรยากาศไม่ได้รุนแรงแบบนี้ ตอนนั้นตนได้ให้ความไว้วางใจท่าน พอเรื่องพ.ร.ก.เงินกู้ ตอนมาขออนุมัติเงินกู้ 5 แสนล้านรอบ2 ตน มีการอภิปรายถึงการทำงานสาธารณสุข จากตัวเลขของการทำงานเราเห็นถึงความผิดพลาดจริงๆ เงิน 4.5 หมื่นล้าน ได้ไปรอบแรกเมื่อปี 2563 ที่ถูกไปใช้ด้านสาธารณสุข
ซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของกระทรวง แต่กระทรวงกลับไม่ใช้เงินทั้งที่เงินจำนวนนี้สามารถจัดซื้อวัคซีนให้คนไทยทั้งประเทศได้ แต่ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 เพิ่งเบิกใช้ประมาณ 7 พันล้านบาท ยืนยันว่าไม่มีเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้เชื่อว่าประชาชนทุกคน โดยเฉพาะคนกรุงเทพมหานคร เป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเป็นอย่างไร
ส่วนกลุ่มดาวกฤกษ์ยังอยู่หรือไม่นั้น น.ส. วทันยา ระบุว่า ดาวฤกษ์เราเริ่มมาจากความเป็นเพื่อน และการทำงาน สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้เรา เชื่อว่าในความเป็นเพื่อน มิตรภาพ เป็นมาอย่างไรก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนเดิม
โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ข้อความลงโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุข้อความดังรูปภาพ