ทางด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19ในภูเก็ตขณะนี้ถือน่ากังวลอย่างมาก เนื่องจากมีการแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมต่อเนื่องเดือนสิงหาคม อันเป็นผลมาจากเชื้อเดลต้า และการตรวจเชิงรุกในชุมชนและกลุ่มเสี่ยงต่างๆ โดยการตรวจไปแล้วกว่า 32,000 ราย และพบการติดเชื้อกว่า 1,000 ราย เฉลี่ยวันละกว่า 200 คน ทำให้จำนวนเตียงผู้ป่วยที่มีอยู่ใกล้วิกฤต ดังนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและการจัดทำมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อให้ได้โดยเร็ว เพราะเมื่อมีการตรวจมากก็พบเชื้อมาก ดังนั้นจะต้องวางแผนว่า เมื่อพบผู้ติดเชื้อแล้วจะทำอย่างไร เนื่องจากขณะนี้เตียงในโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม Hospitel หรือกระทั่งศูนย์ดูแลโควิดชุมชน หรือ CI ส่วนใหญ่ใกล้เต็มแล้ว
ซึ่งทางจังหวัดจะมีการหารือร่วมกับทางทีมแพทย์ ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ในการหาแนวทางดูแลกลุ่มสีเขียวที่ไม่แสดงอาการ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยนำกลุ่มเสี่ยงไปกักตัวในโรงแรมจำนวนกว่า 900 คน แต่พบติดเชื้อเพียง10% ซึ่งจะทำอย่างไรกับกลุ่มนี้ เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากนี้จะต้องประคับประคองเพื่อให้แซนด์บ็อกซ์เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้เดินทางเข้ามาแล้วกว่า 27,000 คน และพบผู้ติดเชื้อไม่ถึง 100 คน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าในส่วนนี้เราควบคุมได้ แต่ปัญหาที่เจอปัจจุบันคือ ปัญหาภายในเอง ซึ่งมีการพูดคุยวิเคราะห์สถานการณ์กันทุกวัน มีการหาข้อมูลทางวิชาการ และฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อหาความลงตัวให้ได้มากที่สุดในการควบคุมโรค
ภาพ/ข่าว โดย :
สาลินี ปราบ จ.ภูเก็ต