ปากเป็นเหตุ ! นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินให้ ส.ส. หัวละ 5 ล้านบาท ที่รัฐสภา 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุด 64 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ร้องต่อป.ป.ช ให้เอาผิดเรื่องนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (5 ก.ย. 64)  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวว่า ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหาในลักษณะยืนยันข้อเท็จจริงว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินให้ ส.ส. หัวละ 5 ล้านบาท ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น

 

 

นายเรืองไกร  กล่าวว่า คำกล่าวหาดังกล่าว พูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญ มาตรา  124 วรรคหนึ่ง  เพราะอาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 วรรคสอง

 

 

ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสาร กล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน คนละ 5 ล้านบาท

 

“เรืองไกร” ร้อง “ป.ป.ช.” สอบ “วิสาร” ปมกุข่าว “นายกฯ” แจกเงิน 5 ล้าน

 

ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบ โดยอ้างเอกสิทธิ์ หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้

 

นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ย่อมมีผลกระทบและเสียหายมาก หากไม่มีการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งแม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังต้องรีบตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อกล่าวหาของนายวิสาร

 

หากพิจารณาคำกล่าวหาของนายวิสารแล้วจะเห็นได้ว่าองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนเรื่องนี้ คือ ป.ป.ช.

 

ในเบื้องต้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างน้อย 3 ข้อ คือ

 

 

1. หากคำกล่าวหาของนายวิสาร ไม่เป็นความจริง มีการบิดเบือน ใส่ร้าย  อาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 15  และหาก ป.ป.ช. เห็นว่า เป็นกรณีร้ายแรง ย่อมชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาได้

 

 

2. หากนายกรัฐมนตรีมีการจ่ายเงินให้ ส.ส. คนละ 5 ล้านบาท จริง ก็อาจเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 17 ซึ่งควรเป็นเรื่องร้ายแรง ป.ป.ช. ก็ต้องชี้มูล และส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิจารณาพิพากษาได้เช่นกัน

 

 

3. หากมี ส.ส. รับเงินคนละ 5 ล้านบาท จากนายกรัฐมนตรี จริง ส.ส. ก็อาจจะผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 9 และถือเป็นเรื่องร้ายแรงทันที ป.ป.ช. ต้องชี้มูลและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาเช่นกัน

 

 

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย

นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ ที่ ป.ป.ช. ต้องรีบเข้ามาไต่สวนตามหน้าที่และอำนาจโดยเร็ว ต้องไต่สวนต้นเรื่อง คือนายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อนายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส. ที่ถูกกล่าวหา

 

หากไม่มีมูลความจริง และเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสาร ตามมาตรฐานทางจริยธรรมต่อไป แต่หากมีมูลก็ต้องดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี และ ส.ส. ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม และดำเนินการทางอาญา ด้วย

 

นายเรืองไกร สรุปว่า ด้วยเหตุและผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นต้องร้องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงจาก นายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก ตนจึงจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ในเช้าวันที่ 6 ก.ย. ศกนี้ ทางไปรษณีย์ EMS