ผศ.วันวิชิต ฉายภาพต่อว่า ทั้งหมดเห็นถึงความหวั่นไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งยังได้เห็นสีหน้าความไม่สบายของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งหากไปต่ออีก 1 ปีเศษ และจากผลการอภิปราย จะเห็นว่านายกฯไม่ได้เบ็ดเสร็จอำนาจทางการเมือง เหมือนเดิมอีกต่อไป รวมถึงความขลังของพล.อ.ประวิตร ไม่เหมือนเดิม ซึ่งนายกฯที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องจัดการความพึงพอใจภายในพรรคพลังประชารัฐ
ส่วนการอภิปรายของฝ่ายค้านถือว่าทรงตัว แต่ก็เห็นความเปลี่ยนแปลง อย่างพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนหรือเพิ่มส.ส.หน้าใหม่ มาอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายคน และก็เห็นความไม่เป็นเอกภาพ เช่น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ มาประท้วงพรรคตัวเอง แต่หากมองความเป็นนายศรัณย์วุฒิ ไม่สนใจมติพรรค ไม่สามารถคุมเนื้อหาการอภิปรายได้ จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียรังวัด และกลายเป็นจำอวดการเมือง ดังนั้น ยอมกลืนเลือดยังดีกว่า เพื่อคุมเนื้อหาภาพรวมของพรรคไว้
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านประสบความสำเร็จหรือไม่ ประชาชนตัดสินใจได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไปจบเวทีเลือกตั้ง แต่ก่อนไปจุดนั้น ต้องไปดูการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นไปตามทิศทางของใคร